- 04 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
หลังมีคนนำคลิปไปลงในสื่อโลกโซเชียลไปทั่วว่าพบชายวัย 37 ปี พร้อมเด็กแรกเกิดได้ไม่ถึง 22 วัน ถูกเมียทิ้งไว้กับลูกที่หมอชิตไปหาแฟนใหม่ ที่กำลังจะเดินทางกลับบ้านเกิดที่ อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ และอยากให้มีคนช่วยเหลือให้หนุ่มรายนี้ได้พาน้องกลับบ้าน....
( 4 ก.ย.60 ) หลังจากที่มีกระแสข่าวแชร์ในโลกโซเชียลไปทั่วว่า มีชายอายุ37ปีอุ้มลูกน้อยวัย22วันนั่งรอภรรยาที่หมอชิตโดยเจ้าตัว บอกกับผู้พบเห็นว่าตนเองกำลังจะพาลูกและภรรยากลับบ้านที่ จ.ชัยภูมิ แต่มาถูกภรรยาทิ้งไปหาผู้ชายอื่นพร้อมกับนำเงินที่ตนเองทำงานมาได้ไปทั้งหมดทิ้งเพียงนมบางส่วนและลูกน้อยอยู่กับตนเองจนมีคนผ่านมาพบเข้าและได้สอบถามพร้อมถ่ายคลิปไปแชร์กันในโลกโซเชียลทำให้มีผู้คนเข้าไปดูเป็นจำนวนมากพร้อมกับเขียนบรรยายบอกเพียงเล็กน้อยว่าชายคนดังกล่าวเป็นคน อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ จนทำให้กระแสในโลกโซเชียลที่เข้าไปดูหลายคนอยากทราบที่อยู่และให้การช่วยเหลือ
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับนายบุญมา วรกฎ อายุ71ปี และนางละมูล วรกฎ อายุ65ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 121/1 บ้านห้วยกนทา หมู่6 ต.คูเมือง อ.หนองบัวแดง จ. ชัยภูมิ และยอมรับว่าเป็นลุงและป้าของชายคนที่อยู่ในคลิปซึ่งถูกแชร์ไปทั่วโลกโซเชียลรายนี้จริง และพูดว่าหลานคนดังกล่าวก่อนหน้านี้ได้อยู่บ้านข้างๆกับตนซึ่งเป็นบ้านของป้ากับลุงยกไว้ปูนชั้นเดียวซึ่งยกให้หลายชายในคลิปได้อยู่กับภรรยาแต่ระยะหลังไม่อยู่บ้านประตูบ้านจึงปิดอยู่อย่างสนิท
โดยนางละมูล กล่าวว่า คนในภาพคือหลานชายชื่อนายเกียรติศักดิ์ไพศาล ไพบูลย์ อายุ37ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่142หมู่6ต.คูเมือง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ ซึ่งตนและสามีมีศักดิ์เป็นลุงและป้า หลานชายได้มาอาศัยบ้านดังกล่าว เพราะตนเองเป็นพี่สาวมารดา ของนายเกียรติศักดิ์ไพศาล หรือ(นายกบ) ซึ่งได้เสียชีวิตไปนานกว่า10ปีแล้ว ตนเองหรือผู้เป็นป้าจึงสงสารให้หลานได้อยู่บ้านอีกหลังชั่วคราวไปก่อน
หลังจากทราบข่าวหลานชายไปโผล่ในคลิปไปทั่ว ก็ยังไม่ทราบข้อมูลที่ชัดเจนว่าเรื่องเป็นเช่นไรแต่หลานชายยังไม่กลับมาถึงบ้านเลยมีเพียงโทรมาหาก่อนที่จะเป็นกระแสข่าวเพียง2-3วันว่าโดนแฟนทิ้งแล้วก็ขาดการติดต่อไปเลยซึ่งขณะนี้ยังติดต่อไม่ได้เพราะหลานชายคนนี้ไม่มีโทรศัพท์ติดตัว
ทางด้านลุงและป้า ก็อยากบอกผ่านกลับไปถึงหนุ่ม 37 ปี หลานรายนี้ด้วยว่า หากเป็นเรื่องจริงก็อยากให้หลานพาลูกน้อยกับมาตั้งหลักที่บ้านก่อนว่าจะเอาอย่างไรต่อไป “หากวันหนึ่งแม่ของเด็กกลับมาช่วยกันเลี้ยงดูลูกดีๆและหางานทำช่วยกันดูแลครอบครัวให้ดีต่อไปได้ แต่ในขณะที่มีปัญหาแบบนี้ก็มาพักที่บ้านก่อนสงสารเด็กทารกเกิดใหม่ที่เพิ่งคลอดออกมาด้วย แต่ถ้าหากจะมาอยู่ที่บ้านเลยเฉย ให้ลุงกับป้าดูแลให้ก็คงไม่ไหวแล้ว
เพราะป้าลุงก็ไม่มีรายได้อะไร มีเพียงเบี้ยผู้สูงอายุเพียงเดือนละ600บาทพร้อมกับของลุงอีก700บาท และงานรับจ้างทั่วไปเท่านั้นเองซึ่งทุกวันนี้ก็รับภาระเลี้ยงดูลูกคนโตของหลานชายวัย 37 ปีคนในคลิปนี้อยู่ อีก 1 คน ที่อดีตก็เคยมีภรรยาแล้วทิ้งกัน ทิ้งลูกมาให้ลุงป้าเลี้ยงไว้แล้ว 1 คน ที่ปัจจุบันน้องเองกำลังเรียนอยู่ป.6
จึงคิดว่าหลานคงเกรงที่จะพาลูกแรกเกิดที่ถูกเมียใหม่ทิ้งนำกลับบ้านมาให้เลี้ยงอีกคนก็จะกลัวเป็นภาระลุงป้า ซ้ำอีก หลานชายวัย 37 ปี จึงยังไม่กล้ากลับมาบ้านเกิดที่ จ.ชัยภูมิ และอยากให้หลานเองกลับมาก่อนส่วนเรื่องอื่นจะเป็นอย่างไรค่อยว่ากันต่อ แต่ถ้าหลานชายกลับมาอยู่บ้านขอให้ตั้งใจทำงานช่วยกันดูแลในระยะแรกได้ไปก่อนเพราะตอนนี้ต้องสงสารเด็กคลอดใหม่เกรงจะได้รับการกระทบกระเทือนจนไม่สบายได้และขอภาวนาให้หลานชายและลูกปลอดภัยด้วย
ภาพ/ข่าว อนุชา ลูกพ่อแล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชัยภูมิ
