- 04 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 4 กันยายน 60 ท่ามกลางที่เกษตรกรได้ ประสบปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็นปาล์มน้ำมัน หรือยางพารา ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่าพืชทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ของภาคใต้ ที่เคยล่อเลี้ยง ชีวิต และครอบครัว มาอย่างยาวนาน แต่มาถึงวันนี้ อาชีพที่เคยเชื่อมั่น ที่เคยสร้างรายได้ให้กับชีวิต และครอบครัว มายาวนาน กลับต้องล้มสลาย ไม่สามารถที่จะหวังรายได้จากผลผลิต ของพืชเศรษฐกิจหลักเหล่านี้ได้อีกต่อไป
เพราะต้นทุนสูงกว่าผลผลิต ที่ได้รับ เกษตรกรบางส่วนก็ต้องทนอยู่กับสภาพปัญหาที่ประสบอยู่ แต่ก็ยังมีเกษตรกรส่วนหนึ่งที่เขาคิด และหาทางออกในขณะที่กำลังเผชิญ อยู่กับปัญหาอย่างไม่วิตกกังวน ในที่นี้เรามาดูเกษตรกร ชาวสวนปาล์มน้ำมัน และสวนยางพารา ที่หมู่ 3 ตำบลเขาคราม อำเภอเมือง กระบี่ ภายใต้การนำของ นายสุชา วันศุกร์ ผู้ใหญ่บ้าน หลังจากที่หลายๆคนเห็นว่าถ้าขืนรอคอยให้ปาล์มน้ำมัน และยางพารา ราคาสูงขึ้น ก็ไม่รู้ว่าจะคอยกันอีกนานเท่าไหร่ ภาระหนี้สินก็เพิ่มขึ้น ทุกวันๆ จึงได้รวมตัวกัน ตั้งกลุ่มอาชีพกันขึ้นมา ซึ่งมีกลุ่มไร่นาส่วนผสม กลุ่มเลี้ยงผึ้งโพลง กลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำ และกลุ่มอนุรักษ์ชายฝั่ง หรือ ชาวประมงพื้นบ้าน จะมีความหลากหลาย แต่ถ้อยที ถ้อยอาศัยกัน ทุกกลุ่ม
นายสุชา วันศุกร์ เล่าให้ฝังว่า ในพื้นที่ หมู่ 3 ตำบลเขาคราม ชาวบ้านประกอบอาชีพหลักก็คือ ทำสวนปาล์มน้ำมัน และสวนยางพารา ร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อทุกคนประสบกับปัญหา ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ จำเป็นต้องหาแนวทาง เพื่อความอยู่รอด จึงได้มีการจัดตั้งกลุ่มอาชีพต่างๆขึ้น ทุกกลุ่ม สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว อย่างไม่มีปัญหา อุปสรรคเลย ผมยกตัวอย่าง กลุ่มไร่นาส่วนผสม จะปลูกพื้นทุกชนิด ทั้งพืชที่ให้รายได้ รายวัน เช่น ผักทุกชนิด พืชรายเดือน และพืชที่ให้รายได้รายปี เมื่อในกลุ่มเก็บผลผลิตได้ ก็จะนำมาฝากสมาชิกในกลุ่มเพื่อที่จะนำออกไปจำหน่าย ในตลาดการเกษตร เมืองกระบี่ และนอกจากนั้นก็ยังสามารถจำหน่ายในชุมชนใกล้เคียง และในช่วงที่มีคณะมาศึกษาดูงาน
ส่วนกลุ่มอื่นๆ กลุ่มเลี้ยงผึ้งโพลง ซึ่งกลุ่มนี้จะสามารถเก็บผลผลิตได้ปีละครั้งก็ตาม แต่ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับสมาชิกในกลุ่มเป็นที่น่าภาคภูมใจ ทางกลุ่มนอกจากจะขายน้ำผึ้งเป็นขวดแล้ว ยังแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ต่างๆ เช่นสบู่ เป็นต้น สำหรับกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำ ซึ่งน่าสนใจมากๆ ด้วยสภาพพื้นที่ แห่งนี้อยู่ติดทะเล มีทรัพยากรสัตว์น้ำค่อนข้างสมบูรณ์ กลุ่มอานุรักษ์ชายฝั่ง หรือชาวประมงพื้นบ้าน สามารถออกหาปลา และนำมาจำหน่ายต่อให้กับกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำ ส่วนมากจะเป็นปลาทู จากนั้นก็จะนำมาแปรรูปเป็นปลาแดดเดียว ซื้อปลาสดมา ราคากิโลกรัมละ 30 บาท เมื่อนำมาแปรรูปแล้ว จำหน่ายได้ กิโลกรัมละ 200 บาท ขายดีจนผลิตไม่ทันกับความต้องการของตลาด
นายสุชา ได้กล่าวอีกว่า วันนี้ถึงแม้ว่า ปัญหา ราคาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะ ยางพารา และปาล์มน้ำมัน จะตกต่ำ และตกต่ำมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่เกษตรกร ที่นี่สามารถดำรงค์ชีพอยู่ได้ โดยที่ไม่มีปัญหา อุปสรรคใดๆทั้งสิ้น
ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กระบี่
