- 04 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 6 ก.ย. 60 หลังฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในภาคเหนือส่งผลมวลน้ำไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณเพิ่มมากขึ้น โดยที่เขื่อนเข้าพระยาได้ระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อน 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลทำให้สถานการณ์ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยายังคงต้องเฝ้าระติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ล่าสุดแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานีวัดระดับน้ำ C7A หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง มีระดับอยู่ที่ 7.16 เมตร จากระดับตลิ่ง 9.32 มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,472 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจังหวัดอ่างทอง มีพื้นที่ประสบอุทกภัยที่ส่งผลกระทบกับบ้านเรือนประชาชน จำนวน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอวิเศษชัยชาญ อำเภอป่าโมก และอำเภอเมืองอ่างทอง รวม 8 ตำบล 35 หมู่บ้าน 713 ครัวเรือน มีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ 5 อำเภอ 12 ตำบล ความเสียหาย จำนวน 9,237 ไร่
ด้าน นาย ปรีชา พันธุ์วา ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า หลังมวลน้ำจากทางภาคเหนือไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยามาเป็นจำนวนมาก โดยทางเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนประมาณ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อไม่ให้ชาวบ้านที่อยู่ท้ายเขื่อนได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำล้นตลิ่งไปมากกว่านี้ สำหรับการบริการจัดการต่อไปของเขื่อนเจ้าพระยา ที่เป็นเขื่อนที่ใช้ระบายน้ำ ไม่ใช่เขื่อนที่ใช้ในการทดและเขื่อนเก็บกักน้ำ หากมีมวลน้ำไหลผ่านเข้าเขื่อนมามากแค่ไหน ก็ต้องทำการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนและคลองสาขาแบ่งตามปริมาณของน้ำที่ไหลผ่านเท่านั้น
ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาทางเหนือเป็นจำนวนมาก โดยในช่วงนี้ต้องติดตามสถานการณ์ของกรมอุตุอย่างใกล้ชิด โดยทางเขื่อนเจ้าพระยาและทางชลประทานยืนยันว่าสามารถบริหารจัดการมวลน้ำในช่วงนี้ได้ ส่วนผลกระทบน้ำล้นตลิ่งที่เกิดขึ้นกับบ้านเรือนประชาชนมาแล้ว ก็จะควบคุมสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งไม่ให้ขยายวงกว้าง ส่วนชาวนาที่กำลังจะทำการเพาะปลูกข้าวในรอบต่อไป ก็ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจะได้ไม่เกิดความเสียหายต่อไป
ภาพ/ข่าว กนกศักดิ์ แสงตระการ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อ่างทอง
