- 05 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 5 กันยายน 2560 ที่เรือนจำจังหวัดระนอง นายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง และนายเรืองศักดิ์ สุวารี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมเปิดโครงการฝึกอบรมลูกเสือต้านภัยยาเสพติด โดยมี นายภักดี แก้วเนียม ผบ.เรือนจำจังหวัดระนอง พร้อมด้วย คณะวิทยากร เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ต้องขังที่เข้าร่วมฝึกโครงการ จำนวน160คน ร่วมในพิธี
สำหรับโครงการฝึกอบรมลูกเสือต้านภัยยาเสพติด เป็นอีกหนึ่งภารกิจในการจัดระบบและระเบียบ ของกรมราชทัณฑ์ การเป็นลูกเสือจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาผู้ต้องขัง ให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพที่สมบูรณ์ สร้างความมีระเบียบวินัยเพียบพร้อมด้วยคุณธรรมจริยธรรม ตระหนักถึงสิทธิหน้าที่ ความเสมอภาค สอดคล้องกับนโยบายการศึกษาของรัฐบาลในการเร่งพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย และถวายเป็นราชสักการะแด่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ และเพื่อปลูกฝังผู้ต้องขังให้มีระเบียบวินัย มีคุณธรรมจริยธรรม มีจิตสำนึกในการสร้างความดี มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความเสียสละ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ในการอยู่ร่วมในสังคมอย่างสันติสุข โดยจะนำวิธีการของลูกเสือ สร้างลักษณะอันพึงประสงค์ด้วยความสมัครใจ ซึ่งการฝึกอบรมในครั้งนี้มีผู้ต้องขังที่เข้าร่วมในโครงการทั้งสิ้น 160คน โดยจะใช้เวลาในการฝึกอบรมทั้งหมดเป็นเวลา 5วัน
นายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า กิจการลูกเสือ เป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต สอนให้รู้จักการมีระเบียบวินัย สร้างการรู้รักสามัคคีในหมู่คณะ มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นการปลูกจิตสำนึกที่ดีในการอยู่ร่วมกัน และสร้างลักษณะอันพึงประสงค์ก่อนเข้าสู่สังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นคุณสมบัติพื้นฐาน เสริมสร้างให้มีความเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศชาติในอนาคต การที่ได้มีโอกาสเข้ามาเป็นลูกเสือถือว่าเป็นผู้เสียสละ รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ทั้งรู้จักใช้โอกาสและความสามารถของตน เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม สำหรับโครงการลูกเสือต้านภัยยาเสพติด ภารกิจอันทรงคุณค่า สิ่งที่ลูกเสือจะได้รับจากโครงการ จะเป็นเครื่องเตือนใจให้ลูกเสือ ระลึกอยู่เสมอว่า การทำคุณประโยชน์ช่วยเหลือผู้อื่นเท่าใด ประโยชน์ก็จะเพิ่มพูนโสภณเป็นทวีคูณ
ด้านนายเรืองศักดิ์ สุวารี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ภารกิจของกรมราชทัณฑ์ คือการควบคุมดูแลผู้ต้องขังให้เป็นไปตามคำสั่งศาล และที่สำคัญกว่านั้นคือการพัฒนาผู้ต้องขังให้เป็นคนดี และคืนคนดีกลับคืนสู่สังคม เพราะฉะนั้นกระบวนการ ที่กรมราชทัณฑ์มอบให้เรือนจำนำไปปฏิบัตินั้นล้วนเป็นเรื่องที่สำคัญ เรื่องแรกคือเรื่องการพัฒนาร่างกาย ต้องให้ผู้ต้องขังมีสุขภาพที่แข็งแรง มีระเบียบวินัย ปฏิบัติตามคำสั่ง สื่อสารกันได้ ปฏิบัติตามคำสั่งได้ มีความอดทนต่อความยากลำบาก เรื่องที่ 2 คือการพัฒนาจิต ซึ่งศาสนาจะมีคำสอนที่ดีหมดทุกศาสนา และมีส่วนช่วยผู้ต้องขังให้เป็นคนดีตามหลักของศาสนาแต่ละศาสนา จึงนับเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการช่วยเปลี่ยนความคิดของผู้ต้องขังให้กลับตัวเป็นคนดีต่อ สำหรับการจัดโครงการลูกเสือต้านยาเสพติดนั้น ส่วนสำคัญที่สุด คือต้องนั้นย้ำให้ผู้เข้าฝึกอบรมมีความรักในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รู้จักช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ กระทำตนให้เป็นประโยชน์กับสังคม เพราะฉะนั้นการฝึกอบรมลูกเสือจะช่วยในกระบวนการเปลี่ยนความคิดของผู้ต้องขังได้ดีอีกวิธีหนึ่ง และสิ่งสำคัญที่จะต้องปลูกฝังให้กับผู้ต้องขังนั้นคือ ความรู้ในเรื่องของการศึกษา ความรู้ในด้านการฝึกอาชีพในทุกสาขาอาชีพ เพื่อที่ผู้ต้องขังหลังจากออกไปจากเรือนจำกลับเข้าสู่สังคมแล้ว จะได้นำความรู้ที่ได้จากในเรือนจำไปประกอบอาชีพทำมาหากินเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ ซึ่งจะเป็นการคืนคนดีกลับสู่สังคมได้อย่างแท้จริง
ภาพ/ข่าว นิเวศน์ เสระหมาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ระนอง
