- 05 ก.ย. 2560
แชร์ |
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ราษฎรชาวไร่ห้วยน้ำหิน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน จำนวนกว่า 70 คน เดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวไร่ห้วยน้ำหิน ได้รับความเดือดร้อนจากนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐบาล ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรผู้ยากจน ผู้มีรายได้น้อย ผู้ไร้ที่ดินทำกินซึ่งราษฎรได้อาศัยผืนป่าทำกินมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ นำโดย นายดิเรก กองเงิน ประธานสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ พร้อมด้วยกลุ่มเกษตรกรชาวไร่ห้วยน้ำหิน ตำบลสถาน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน จำนวนกว่า 70 คน ได้เดินทางจากอำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เข้าพบ นายไพศาล วิมลรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพื่อยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกรณีความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวไร่ห้วยน้ำหิน ถูกจับกุมและถูกดำเนินคดี ตามที่รัฐบาลมีนโยบายทวงคืนผืนป่าเพื่อให้มีพื้นที่ป่าร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ โดยก่อนเข้าพบ ผวจ.น่าน ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรโดยสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ ได้อ่านแถลงการณ์สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ กรณีความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวไร่ห้วยน้ำหิน ที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากนโยบายดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ยากจน ผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของรัฐตามกฎหมาย ทั้งๆที่หลายพื้นที่พบว่า ทำกินมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษก่อนที่จะมีกฎหมายสงวนหวงห้าม ซึ่งสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ พบว่า ที่ผ่านมาการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีการตัดฟันพืชผลอาสินของราษฎร มีการสั่งห้ามเข้าพื้นที่ทำกิน มีการจับกุมดำเนินคดีกับเกษตรกรผู้ยากจน ยากไร้ แม้จะมีคำสั่งคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช) ที่ 66/2557 ซึ่งระบุว่าการดำเนินการใดๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อราษฎรผู้ยากจน ผู้ยากไร้ และผู้มีรายได้น้อย
นอกจากนี้ คำแถลงการณ์ฯยังได้กล่าวถึง การลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฝั่งขวาแม่น้ำน่านตอนใต้ ของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2559 พบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่า และได้สั่งการให้มีการดำเนินคดีกับนายทุนผู้บุกรุกและเอาผิดกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับโครงการปลูกป่าทดแทน ซึ่งมีการเบิกจ่ายงบประมาณแต่ไม่มีการปลูกจริง และอนุญาตให้ผู้ยากไร้ทำกินในพื้นที่โดยดูพฤติกรรมการใช้ประโยชน์ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาน้อย มีความพยายามเร่งรัดดำเนินคดีกับราษฎร จำนวน 298 ราย โดยอ้างว่า บุกรุกพื้นที่แปลงปลูกป่าทดแทน 10 แปลง เนื้อที่ 7,820 ไร่ แม้ในปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการพิสูจน์คุณสมบัติความเป็นผู้ยากจน ผู้ยากไร้ ตามหนังสือวิทยุสั่งการ ศปป.4 กอ.รมน. ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2558 และการดำเนินการของ สภ.นาน้อย ถือเป็นการขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะคำสั่ง คสช. อย่างชัดเจน
ซึ่งการเดินทางเพื่อเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดน่านในครั้งนี้ นายสิทธิพล สอนใจ ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรชาวไร่ห้วยน้ำหิน บอกว่าต้องการร้องขอความเป็นธรรมให้แก่ชาวบ้าน เนื่องจากพื้นที่ที่ชาวบ้านเข้าไปทำไร่นั้นเป็นพื้นที่ที่พวกตนได้ทำมาหากินมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษแล้ว และการเดินทางมาในครั้งนี้เพื่อขอความเป็นธรรมและของเรียกร้องต่อรัฐบาล ดังนี้คือ ขอให้ยุติการดำเนินคดีกับราษฎรกลุ่มเกษตรกรทำไร่ห้วยน้ำหิน ตำบลสถาน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ขอให้มีการตรวจสอบและเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการปลูกป่าทดแทน ซึ่งได้มีการเบิกจ่ายงบประมาณแต่มิได้มีการดำเนินการปลูกจริง ขอให้ยุตินโยบายการทวงคืนผืนป่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ยากไร้ ยากจน และส่งเสริมให้ราษฎรเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน ต่อไปด้วย
ส่วนทางด้านนายไพศาล วิมลรัตน์ ผวจ.น่าน ได้กล่าวว่า ตนจะขอรับหนังสือร้องเรียนดังกล่าวไว้ และจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบรายละเอียด และขอให้ทางอำเภอนาน้อย ทำหนังสือชี้แจงรายละเอียดและข้อเท็จจริงทั้งหมด เสนอ ผวจ.น่าน และทางจังหวัดน่านจะได้นำเรื่องนำเสนอต่อไปยังทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป
**********************
ณชญาดา บุญยะกาญจน์///
นักข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดน่าน //// รายงาน
5 กันยายน 2560
