- 05 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรอำเภอป่าบอน จ.พัทลุง นางธิราพร เจริญขวัญ พร้อมเพื่อนสมาชิกกองทุนหมู่บ้านทุ่งคลองควาย ประมาณ 50 คน หอบเอกสาร หลักฐานการฝากเงิน เข้าพบ พ.ต.อ.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอป่าบอน เพื่อขอปรึกษากรณีเงินทุนหมุนเวียนของกองทุนหมู่บ้าน หายไปกว่า 10 ล้านบาท สร้างความเดือดร้อนให้กับสมาชิก เนื่องจากไม่สามารถเบิก – ถอนเงินได้
สำหรับกองทุนหมู่บ้านทุ่งคลองควาย ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ต.ทุ่งนารี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2544 โดยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล 1,000,000 บาท มีสมาชิกประมาณ 300 คน ส่งเงินสัจจะเดือนละ 100 บาทต่อคน และเปิดให้สมาชิกกู้เงินหมุนเวียน ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการดำเนินงาน 11 คน จนกลุ่มมีความเข้มแข็งทางการเงิน และได้ยกฐานะขึ้นเป็นสถาบันการเงินบ้านทุ่งคลองควาย เมื่อปี 2554 มีลูกค้านำเงินมาฝาก – ถอน หมุนเวียนกว่า 400 ราย มีกรรมการชุดเดิมจากกองทุนหมู่บ้าน มาบริหารสถาบันการเงินควบคู่กัน จนกระทั่งปี 2554 ประธานกรรมการหมู่บ้าน และทำหน้าที่ผู้จัดการสถาบันการเงิน เสียชีวิต มีการแต่งตั้งนางวีรญา ภูมิประไพ อายุ 49 ปี เป็นภรรยาของนายวรรณโชติ ภูมิประไพ ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.ทุ่งนารี ขึ้นเป็นประธานกองทุนหมู่บ้านดังกล่าวและทำหน้าที่ผู้จัดการสถาบันการเงินด้วย
หลังจากนั้นเริ่มมีปัญหาเรื่องเงินทุนหมุนเวียนขาดสภาพคล่อง ทางนางวีรญามีโปรโมชั่นพิเศษ ด้วยการมีรางวัลให้สำหรับผู้ที่นำเงินมาฝากกับสถาบันการเงิน 1,000,000 บาท จะมอบสร้อยคอทองคำ 2 บาท หากฝาก 500,000 บาท มอบสร้อยให้ 1 บาท และมีรางวัลอื่นอีกมากมายให้กับผู้ที่นำเงินมาฝาก นอกจากนั้นยังได้กู้เงินจากธนาคารออมสินมาสมทบอีก 3,000,000 บาท และกู้จากสถาบันการเงินอื่นอีก รวมเงินทุนหมุนเวียนทั้งกองทุนหมู่บ้านและสถาบันการเงินกว่า 10 ล้านบาท แต่เมื่อชาวบ้านเบิกเงินเพื่อมาใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น กลับเบิกไม่ได้ ทางผู้จัดการอ้างว่าเงินทุนหมุนเวียนหมด สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอย่างหนัก โดยเฉพาะคณะกรรมการทั้ง 11 คน ถูกธนาคารออมสินฟ้องร้อง บางรายต้องขายที่ดิน เพื่อนำเงินไปชดใช้หนี้ เพราะกลังถูกยึดทรัพย์
ทางด้านนายภาคพล ทิพรองพล อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 354 ม.2 ต.ทุ่งนารี อ.ป่าบอน เล่าว่าตนเองเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และเป็นกรรมการในสถาบันการเงินด้วย ขายที่ดินได้และนำไปฝากไว้กับสถาบันการเงินตามคำร้องขอของนางวีรญา จำนวน 300,000 บาท เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันการเงินดังกล่าว ซึ่งตนก็มีส่วนก่อตั้งมา เมื่อเวลาล่วงเลยมา ภรรยาของตนป่วยต้องรับการฟอกไต ตนจึงไปเบิกเงินเพื่อรักษาอากรป่วยของภรรยา แต่ไม่สามารถเบิกถอนได้ ตนรู้สึกเสียใจมาก ส่วนทางด้านนางวิชุดา หนูทิม อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 ม.2 ต.ทุ่งนารี เป็นกรรมการสถาบันเช่นกัน ฝากเงินในนามสมาชิกในครอบครัวจำนวน 5 เล่ม รวมเป็นเงิน 60,000 บาท นางวิชุดา ยังบอกว่า ในส่วนของนางอารมณ์ นุ่นพังยาง อายุ 71 ปี แม่ของตนมีเงินฝาก 200,000 บาท ป่วยเป็นโรคมะเร็ง เบิกเงินเพื่อมารักษา แต่ไม่สามารถเบิกเงินได้ ไม่มีเงินเข้ารักษา ในที่สุดแม่ของตนก็เสียชีวิต เงินฝากก็ไม่ได้ เงินฌาปนกิจศพก็ไม่ได้ สำหรับผู้ที่ใช้บริการฝากเงินไว้กับสถาบันที่ไม่สามารถเบิกถอนมาได้นั้น รายที่ฝากมากที่สุดคือจำนวนเงิน 1,200,000 บาท สาเหตุที่นำเงินมาฝากกับสถาบันการเงิน เพราะว่าทางสถาบันการเงินให้ดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 10 บาท / ปี ส่วนกรณีที่กู้เงินจากสถาบันจะต้องจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 12 บาท/ปี
อย่างไรก็ตามทางนายพรชัย สุขโสม นายอำเภอป่าบอน ได้เข้ามาร่วมหาแนวทางในครั้งนี้ด้วย กล่าวว่าที่ผ่านมาตนได้มีหนังสือไปถึงนางวีรญา ผู้จัดการสถาบันการเงิน มาให้นำงบดุลประจำปี พร้อมเอกสาร เพื่อมาตรวจสอบการบริหารระบบเงินหมุนเวียนในครั้งนี้ แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับจากนางวีรญาแต่อย่างใด แต่ได้ประสานไปทางสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ลงมาตรวจสอบการไม่ชอบมาพากล ของการบริหารการเงินของกองทุนหมู่บ้าน และสถาบันการเงินดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 12 กันยายน ที่จะถึงนี้ เพื่อหาหลักฐานการสูญหายของเงินกองทุนหมุนเวียนในครั้งนี้ ว่าไม่ชอบมาพากลอย่างไร หากได้หลักฐานที่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดได้แล้วนั้น จะมีการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกบผู้กระทำผิดต่อไป ส่วนนางวีรญา ล่าสุดได้จดทะเบียนหย่ากับสามีเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา แต่ก็ยังดำรงตำแหน่งเหมือนเดิม
