- 06 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ตรวจสอบรุกเขตป่าสงวน-ชุมพร ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ป่าไม้ ลงพื้นที่ตรวจสอบป่าทุ่งเบี้ยเขตป่าสงวนที่สถาบันฯพลขอใช้ขยายสถาบันเป็นมหาลัยกีฬาแห่งชาติแต่ถูกคัดค้าน
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 6 ก.ย.2560 นายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร พร้อมด้วย พล.ต.ฐิติ ติตถะสิริ ผบ.มทบ.44 ผศ.เสนีย์ นิลทจันทร์ รองอธิการบดีสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร พ.ท.ดุสิต เกษรแก้ว หัวหน้าชุดเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดิน มทบ.44 นายสุชาติ ล้ำเลิศ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทส.จ.) ชุมพร และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชุมพร หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร เจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.44 เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก กก.ตชด.41 ชุมพร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบป่าทุ่งเบี้ย (ทุ่งเลี้ยงสัตว์ทุ่งเบี้ย) หมู่ 8 ต.ขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งอยู่ติดสถาบันฯและ กก.ตชด.41 ชุมพร หลังเกิดข้อขัดแย้งระหว่างสถาบันฯกับหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบการบุกรุกที่ดินของรัฐคือ ชุดเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดิน มทบ.44 และ ทส.จ.ชุมพร เกี่ยวกับการขอใช้พื้นที่ป่าดังกล่าวที่ปัจจุบันเหลือพื้นที่อยู่ประมาณ102 ไร่ เพื่อขยายพื้นที่ของสถาบันฯ รองรับการเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ
ในระหว่างการตรวจสอบพื้นที่ป่า ผวจ.ชุมพรและผบ.มทบ.44 ได้รับฟังการบรรยายสรุปการขอใช้พื้นที่จาก นายนิวรณ์ งามขำ อายุ 76 ปี อดีตผอ.วิทยาลัยพลศึกษาชุมพร (ก่อนเปลี่ยนฐานะเป็นสถาบันการพลศึกษา) ผศ.เสนีย์ นิลทจันทร์ รองอธิการบดีสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพรในปัจจุบัน และบรรยายสรุปเกี่ยวกับการตรวจสอบพื้นที่ป่าผืนดังกล่าวจาก พ.ท.ดุสิต เกษรแก้ว หัวหน้าชุดเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดิน มทบ.44 และ นายสุชาติ ล้ำเลิศ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน สนง.ทส.จ. ชุมพร แต่มีการปะทะคารมกับระหว่าง ผศ.เสนีย์ กับ พ.ท.ดุสิต และนายสุชาติ เป็นระยะ จน ผวจ.ชุมพร และ ผบ.มทบ.44 ต้องพยายามไกล่เกลี่ย โดยขอให้แต่ละฝ่ายฟังการบรรยายของอีกฝ่ายให้จบก่อน โดยใช้เวลาในการฟังบรรยายสรุปประมาณ 40 นาที จากนั้น ผวจ.ชุมพร ผบ.มทบ.44 และคณะได้เดินสำรวจพื้นที่ป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้ขนาดใหญ่ เช่น ไม้เคี่ยม ไม้มะค่า ไม้กระถินเทพาฯ ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามเป็นจำนวนมาก
การตรวจสอบพื้นที่ป่าทุ่งเบี้ยใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม.ก็ได้ข้อสรุปในเบื้องต้นว่า จังหวัดชุมพรคงไม่สามารถยอมให้สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร ขอใช้พื้นที่ป่าที่เหลืออีก 102 ไร่ได้ เพราะขัดกับข้อกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ เนื่องจากมีไม้หวงห้ามเป็นจำนวนมาก ส่วนที่สถาบันการพลศึกษาใช้พื้นที่ในการก่อสร้างอาคารต่างๆ ไปแล้วประมาณ 200 ไร่ (สถาบันการพลศึกษาฯ ได้ขอใช้พื้นที่ไว้ประมาณ 300 ไร่) ส่วนใดที่ไม่รุกเข้าในพื้นที่ป่าที่เหลืออยู่ก็ให้เดินหน้าต่อไป ส่วนใดที่รุกเข้ามาในพื้นที่ป่าต้องทำหนังสือขอใช้พื้นที่ป่าจากกรมป่าไม้และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ถูกต้อง แต่ต้องไม่รุกเข้ามาในพื้นที่ป่าทุ่งเบี้ยที่เหลืออีก 102 ไร่อีก หากจำเป็นต้องการขยายพื้นที่ของสถาบันฯ จริงๆ ก็ควรไปขอใช้พื้นที่ในที่อื่นก็ได้ เพราะมีสถานที่ราชการและสถาบันการศึกษาอีกหลายแห่งที่ยังถูกทิ้งร้างอยู่ ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ที่อยู่ติดกันซึ่งเป็นป่าดังกล่าวที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่เป็นจำนวนมากในการขยายพื้นที่ และควรรักษาป่าทุ่งเบี้ยผืนนี้มีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ของชุมชนชาว ต.ขุนกระทิง และเป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติของเยาวชนต่อไปในอนาคต ซึ่ง ผศ.เสนีย์และผู้แทนจากสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร ยอมที่จะปรับแก้ไขโครงการในการขอใช้พื้นที่ป่าในการขยายพื้นที่ของสถาบันซึ่งปัจจุบันมี 3 คณะ และมีนักศึกษาประมาณ 700 คน
พงศกร นวนละมัย / ทีมข่าวทีนิวส์ชุมพร (มีคลิบข่าว)
