- 08 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้อำนวยการโงเรียนบ้านบ่อมะม่วงอ.คลองท่อม จ.กระบี่ เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกรณีถูกกล่าวหาตบหัวเด็กนักเรียนจนบาดเจ็บ ชี้เป็นการบิดเบือนความจริง หลังเข้าไปแยกเด็กสองคนที่กำลังชกต่อยกันแต่กลับกลับถูกโยงไปเกี่ยวเรื่องการเมืองท้องถิ่นที่มีความขัดแย้งกันมาก่อน ขณะที่เขตพื้นที่การศึกษายังไม่มีคำสั่งย้าย
จากกรณีที่ นายสิทธิชัย บ่อม่วง ผู้ใหญ่บ้านบ่อม่วง ม.4 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ได้นำเด็กชายอนุสรณ์ สามารถ และเด็กชายฤทธิเดช มาศโอสถ เด็กนักเรียนชั้นป.5 โรงเรียนบ้านบ่อม่วง พร้อมด้วยผู้ปกครองเด็กและตัวแทนชาวบ้านจำนวนกว่า 30 คน เข้ายื่นหนังสือที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ เพื่อขอความเป็นธรรม ภายหลังจากที่นักเรียนทั้งสองคน
ได้แจ้งผู้ปกครองว่า ถูกนายโอภาส คงภัคดี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบ่อมะม่วงทำร้ายร่างกายโดยตบที่ศีรษะและหน้าผากจนเกิดรอยฟกช้ำ ขณะเล่นกับเพื่อนในโรงเรียน นอกจากนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ได้เรียกร้องให้ตั้งคณะกรมการสอบสวนย้อนหลังกรณีใช้งบประมาณโรงเรียน เนื่องจากไม่มีความโปร่งใส และขอให้มีคำสั่งย้ายภายใน 24 ชม. เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า วันที่ 8 ก.ย.60 นาย โอภาส คงภัคดี ผู้อำนวยการโรงบ้านบ่อมะม่วง พร้อมด้วยนายกิตติศักดิ์ หัวแหลม ประธานกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านบ่อมะม่วง และครูในโรงเรียน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายสมปอง รัตนะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าตบหัวเด็กนักเรียนจนได้รับบาดเจ็บมีรอยฟกช้ำ ซึ่งไม่เป็นการบิดเบือนความจริงแต่อย่างใด ขณะที่นายสมปองได้รับเรื่องไว้พร้อมประสานทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ รับทราบเพื่อดำเนินการสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อไป
ทั้งนี้นายโอภาสกล่าวยืนยัน ว่า ไม่ได้ทำร้ายเด็กจนบาดเจ็บตามที่ถูกกล่าวหา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่เด็กนักเรียนทั้งสองคนทะเลาะชกต่อยกันภายในห้องสมุดโรงเรียน ตนนั่งอยู่ที่ห้องทำงานพอดี ได้ยินเสียงดัง จึงได้เข้าห้ามปรามแต่เด็กทั้งสองยังไม่ยอมหยุด จึงได้ตบไปที่หัวไหล่ทั้งคู่ 2ครั้ง เมื่อเด็กทั้งสองเห็นว่าเป็นตนจึงได้ยอมหยุด ในที่สุด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีครูในโรงเรียนและภารโรงเป็นพยานได้ หลังจากนั้นก็ได้เรียกผู้ปกครองเด็กทังสองฝ่ายมารับทราบเรื่อง และต่างก็ยอมรับผิดและไม่ได้ติดใจอะไร แต่กลับมาถูกกล่าวหาว่าไปทำร้ายเด็กจนได้รับบาดเจ็บ จึงไม่เป็นความจริง รอยฟกช้ำที่เกิดขึ้นเกิดจากเด็กทะเลาะกันหัวไปกระแทกโต๊ะ ซึ่งไม่ได้เกิดจากการที่ตนทุบตีแต่อย่างใด
นายโอภาสกล่าวอีกว่า กรณีที่มีการร้องเรียนเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ เช่นโครงการอหารกลางวันนั้น ตนมีหลักฐานและสามารถชี้แจงได้ ส่วนกรณีไปดูงานต่างประเทศ คณะครูที่ไปก็ใช้เงินส่วนตัวทั้งสิ้นไม่ได้ใช้งบของโรงเรียน สามรถตรวจสอบได้เช่นกัน ทั้งนี้เชื่อว่า การที่ผู้ใหญ่บ้านนำลูกบ้านเข้ามาร้องเรียนนั้นเป็นเรื่องของการเมืองท้องถิ่นที่มีความแบ่งฝ่าย ซึ่งตนก็ไม่ขอเอ่ยถึง นอกจากนี้ที่ผ่านมา มีคนร้ายเข้าไปแอบขโมยของในโรงเรียน และมีแอบถ้ำมองในครูผู้หญิงทางโรงเรียนด้วย แต่เมื่อถูกจับได้ ทางผู้ใหญ่บ้านก็ให้ปล่อยตัวไป ครูผู้หญิงในโรงเรียนหลายจึงรู้สึกไม่ปลอดภัยจึงต้องออกไปเช่าบ้านพักข้างนอก อาจจะให้ผู้ใหญ่บ้านเกิดความไม่พอใจและนำชาวบ้ามาร้องเรียนดังกล่าวจึงได้มาร้องขอความเป็นธรรมและขอชี้แจงแก้ข้อทุกกล่าวหา
ด้านนายยุทธนา จินดา รองผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ รักษาราชการแทนผอ.ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือร้องเรียนกรณีที่เกิดขึ้น จากทางศูนย์ดำรงธรรมฯแต่อย่างใด อาจะอยู่ระหว่างรอผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ลงนาม จึงยังไม่มีข้อมูล หรือมีคำสั่งใดๆไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนให้ย้ายออกจากพื้นที่ แต่ก็ได้สอบถามข้อมูลจากทางโรงเรียนที่เกิดเหตุแล้วแต่เป็นการรับฟังข้อมูลเพียงด้านเดียว จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าใครผิดใครถูก และหลังจากได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการแล้ว ก็จะดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กระบี่
