- 10 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีเมื่อวานนี้ (3 ก.ย. 60) คนร้ายใจบาปก่อเหตุใช้ของมีคมเฉือนใบหูของแม่วัววัย 15 ปี จนใบหูขาดวิ่นติดหนังศรีษะเป็นแผลเหวอะหวะ เลือดไหลย้อยน่าสยดสยอง สร้างความเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานเป็นที่เวทนากับผู้ที่พบเห็นยิ่งนัก หลังเกิดเหตุปศุสัตว์อำเภอทุ่งใหญ่ และเจ้าหน้าที่คณะสัตวศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตทุ่งใหญ่ เข้าให้ความช่วยเหลือแม่วัว ล้างแผล ใส่ยาป้องกันหนอน ยาทาแผลสด และฉีดยาบำรุงให้แม่วัว ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 10 ก.ย.60 ที่บ้านเลขที่ 23/2 หมู่ 3 ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช บ้านเจ้าของแม่วัววัย 15 ปี เหยื่อคนร้ายใจบาป พบว่าอาการ“อีแดง”เริ่มดีขึ้นตามดับ บาดแผลบริเวณหูทั้งสองข้างที่ถูกคนร้ายใจบาปตัดจนขาดวิ่นถึงหนังหัว เริ่มแห้งแล้ว แต่ยังมีเลือดไหลซึมบางแห่งแต่ไม่มากนัก สีหน้า ท่าทางของอีแดง เริ่มสดชื่นขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังมีอาการเจ็บปวดบาดแผลอยู่บ้าง กินหญ้า กินน้ำได้ตามปกติ ขาทั้ง 4 เริ่มแข็งแรงขึ้น สามารถยกร่างขึ้นยืนได้ อย่างไรก็ตามเจ้าของวัว ยังคงเฝ้าดูแลอาการ อีแดง อย่างใกล้ชิด โดยล้างทำความสะอาดแผล ใส่ยากันหนอน ยาทาแผล ทุกเช้า – เย็น รวมทั้งฉีดยาบำรุง
นางเสาวลักษณ์ มัฎฐารักษ์ ภรรยาเจ้าของแม่วัว กล่าวว่า ตนเลี้ยง อีแดง เหมือนลูกคนหนึ่งในครอบครัว เพราะถือเป็นสัตว์ที่มีบุญคุณต่อครอบครัวตน อีแดงคลอดลูกวัวมาให้ครอบครัวตนขายแล้วจำนวน 7 ตัว ปกติ อีแดง เป็นวัวที่ไม่ดุร้าย ไม่เคยทำร้ายใคร แต่ถ้าหากมีคนจะทำร้ายลูกของอีแดง อีแดงจะแสดงท่าทางดุดันเพราะหวงลูก ตนตั้งข้อสังเกตว่าคนร้ายอาจมีวัตถุประสงค์ที่จะขโมยหรือทำร้ายลูกของอีแดง แต่ลูกของอีแดงวิ่งหนีคนร้ายได้ เพราะตนไม่ได้ผูกล่ามลูกของอีแดงทั้ง 2 ตัว จึงมีลูกอีแดงตัวหนึ่งวิ่งไปแสดงอาการบอกตนที่บ้าน ส่วนลูกของอีแดงอีกตัว วิ่งหนีออกห่างจาก อีแดง แต่ไม่มากนัก ขณะที่ อีแดง ตนผูกล่ามไว้กับต้นไม้ จึงไม่สามารถวิ่งหนีได้ และถูกคนร้ายคาดไม่ต่ำกว่า 3 คน ช่วยกันทำร้ายอีแดง เพราะอีแดง เป็นแม่วัว ขนาดตัวใหญ่ หากคนร้ายจะทำร้ายอีแดงได้นั้น ต้องมีอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป โดยคนร้ายใช้ของแข็งทุบที่หน้าผากจนบุบ จนอีแดง บาดเจ็บไม่มีแรงขัดขืน จึงถูกลากลงริมหนองน้ำ แล้วใช้ของมีคมตัดเฉือนใบหูอีแดงทั้งสองข้างหลบหนีไป
นางเสาวลักษณ์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้อาการอีแดง เริ่มดีขึ้นตามลำดับ เพราะตนดูแลอีแดงอย่างใกล้ชิด ล้างทำความสะอาดใส่ยาแผล ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ โดยแผลเริ่มแห้งบ้างแล้ว สามารถยกขึ้นยืนได้ กินหญ้า กินน้ำได้ และยังคงนอนอยู่ในมุ้งครอบตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันแมลงวัน
ขณะที่นายพรศักดิ์ นราอาจ สัตวบาล สำนักงานปศุสัตว์อำเภอทุ่งใหญ่ กล่าว่า ตรวจสอบอาการของแม่วัวพบว่าแผลเริ่มแห้งดีขึ้นตามลำดับ เริ่มกินหญ้าได้มากขึ้น และพ้นขีดอันตรายแล้ว เพียงแต่ตอนนี้ร่างกายของแม่วัวยังคงต้องปรับตัวตามสภาพสักระยะหนึ่ง เนื่องจากใบหูทั้งสองข้างไม่มี ทำให้การขับไล่แมลงด้วยการสะบัดหูจะทำไม่ได้เหมือนวัวทั่วๆไป อย่างไรก็ตามแม่วัว คงมีวิธีการช่วยเหลือตัวเองในการดำรงชีวิตต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากตำรวจชุดสืบสวน ตรวจที่เกิดเหตุและรวบรวมหลักฐาน พร้อมตั้งไว้สองประเด็นเรื่องตัดใบหูแม่วัวไปทำอาหาร ประเด็นที่สองเรื่องความโกรธแค้นส่วนตัวเจ้าของวัว หรือคนร้ายอาจโกรธแค้นแม่วัว จากพยานหลักฐานตอนนี้เหลือประเด็นความโกรธแค้นส่วนตัวกับเจ้าของแม่วัว ซึ่งพอจะทราบคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว กำลังกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายจับ
ภาพ/ข่าว ชชาดล เจริญพงศ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
