- 10 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ตามที่ผู้สื่อข่าวได้มีการนำเสนอข่าวเรื่องราวเกี่ยวกับ ยาย น้อย จรปรุ หญิงชราวัย 89 ปี เจ้าของวลี “ ยายไม่ได้อยากมาขอทานหรอกแต่มันจำเป็น” จนทำให้หลายคนให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในโลกโซเชียลต่างๆซึ่งมีการแชร์ และแสดงความคิดเห็นกันไปต่างๆมากมาย แต่ก็ยังไม่สามารถให้เหตุผลได้ว่าด้วยเหตุใด ยาย น้อย หญิงชราวัย 89 ปี ต้องมานั่งขอทาน ซึ่งส่วนใหญ่ก็ทราบกันแต่เพียงว่า ยาย น้อย อยู่กับลูกสาว 2 คน ลูกเป็นโรคลมชัก (ลมบ้าหมู) ซึ่งยายต้องเลี้ยงดูลูกสาวตนเองมาเป็นมาหลายสิบปีแล้ว จึงต้องมานั่งขอทานตามจุดต่างๆที่ผู้สื่อข่าวเคยได้นำเสนอไปแล้ว
ล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้ขออนุญาติติดตาม ยาย น้อย เพื่อเดินทางไปยังบ้านของยายน้อย ซึ่งก็ได้รับอนุญาตให้ตามไป ( โดยยายยังมีอาการเกรงกลัวว่าจะเป็นตำรวจตามไปจับอยู่ ) ซึ่งผู้สื่อข่าวต้องอธิบายให้เข้าใจยายน้อยจึงพาไป จากนั้นยายจะเดินมาที่ป้ายรถโดยสารที่หน้าตลาดแม่กิมเฮง และแวะซื้อขนมจีนของโปรดยายน้อยที่ร้านประจำ ระหว่างรอรถเมล์โยสารประจำทางสาย 2 ซึ่งหลังจากขึ้นรถเมล์โดยสารอย่างคล่องแคล่วแล้ว ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นได้ว่ายายน้อยจะพูดคุยสนทนากับผู้โดยสารคนอื่นๆ อย่างเป็นกันเอง ( สีหน้ายายน้อยดูยิ้มแย้มแจ่มใสมาก ) ตลอดเส้นทางจนมาถึงบ้านสวนพริกไทย-บ้านหนองหอย แถววัดสวนพริกไทย อ.เมือง จ.นครราชสีมา ยายน้อยจึงลงจากรถ และเดินไปจ่ายตังค์กับคนขับรถ จากนั้นสังเกตเห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งนั่งรออยู่อีกฝั่งของถนน ( ลักษณะคล้ายคนไม่สบาย ) เดินมารับข้าวของจากยายน้อย ซึ่งมาทราบภายหลังตามที่บัตรประชาชนระบุไว้ ก็คือ นาง อำไพ จรปรุ อายุ 49 ปี เป็นลูกสาวที่ยายน้อย บอกว่าเป็นโรคลมชัก (ลมบ้าหมู) ซึ่งยายต้องเลี้ยงดู พาเดินเข้าซอยซึ่งเป็นทางแคบกว้างประมาณ 2 เมตร กว่าเท่านั้น และต้องเดินเข้าไปอีกประมาณ 100 เมตร จึงได้เห็นสภาพบ้านของยายน้อย ซึ่งก็เป็นอย่างที่ผู้สื่อข่าวได้ถ่ายภาพให้เห็น ( ยืนถ่ายเฉพาะด้านล่าง )
ด้าน นาง อำไพ จรปรุ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังด้วยอาการยังสั่นๆและเสียงที่แผ่วเบา ว่า ตนเองอยู่กับยายน้อยผู้เป็นแม่มาตั้งแต่เกิดแล้ว ซึ่งผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นอะไร นาง อำไพก็ตอบว่าเป็นโรคลมชัก (ลมบ้าหมู) ซึ่งเป็นมานานแล้ว และไม่สามารถตอบคำถามอะไรได้มากนัก จากนั้น ยาย น้อย ก็เล่าให้ฟังว่า นางอำไพรักษาตัวมานานแล้วตั้งแต่ออกลูก ( หมายถึงคลอดลูก ) มา 2 ขวบ ก็เริ่มเป็นโรคลมชัก (ลมบ้าหมู) และที่ผ่านมาก้เคยตกน้ำที่บริเวณใกล้บ้านมาก่อน ดียายน้อยช่วยได้ทันทุกวันนี้ต้องพกยาที่ได้มาจากโรงพยาบาลไว้ติดตัวตลอดเวลา ยาย น้อยยังบอกอีกว่า นาง อำไพ ลูกสาวตัวเองไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้ ( ยายพูดอย่างเป็นห่วงว่าหากตนเองเป็นไรไปลูกสาวจะอยู่อย่างไร ด้วยอาการสีหน้าที่เป็นกังวลมาก ) ยังดีที่มีเงินคนพิการมาช่วยได้บ้างรวมทั้งตัวยายเองด้วย ที่ผ่านมาเคยมีคนมาดูบ้านอยู่เหมือนกัน นอกจากนี้ยังมีพระซึ่งเข้าใจว่าน่าจะเป็นหลวงพ่อที่วัดหนองบัวรอง ( ตามคำบอกเล่าของนาง อำไพ ) ได้ส่งคนมาถ่ายรูปและนำข้าวสารอาหารแห้งมาให้ยายน้อยกับลูกสาว จากนั้นยายน้อย ก็เล่าด้วยอีกว่า ที่อยู่มาได้ทุกวันนี้เป็นเพราะคุณย่า ( หมายถึงย่าโม ท่านท้าวสุรนารี ) ท่านเลี้ยงไว้ดอกถึงมีอยู่มีกินได้อาศัยลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ซึ่งยายเองก็ไม่ได้มาขอทุกวันจะมาพาะวันเสาร์และอาทิตย์ บางอาทิตย์ก็จะมาเฉพาะวันเสาร์ ยายก็อายเขาที่ต้องไปขอคนเขาบ่อยๆ ก็รู้สึกเกรงใจเขาเหมือนกัน ทุกวันนี้ได้เงินมายายก็นำมาซื้อข้าวสารหุงกนและแบ่งมาใส่บาตรพระทุกวัน ( เชื่อยายเถ่อะยายบอก ) เอาความกง ( หมายถึงเอาความเป้นจริง ) ยายอายุ จะ90 แล้ว จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ถามยายว่าที่ที่อาศัยอยู่นี้เป็นของใคร ยายบอกว่าที่ที่อยู่นี้เป็นที่ที่อยู่มานานตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ เป็นของลูกชาย ยายยังเล่าแบบติดตลกอีกว่า โอ่งน้ำที่เห็นอยู่นี้ก็ไม่ใช่ของตนเอง เป็นของที่เขาฝากไว้ ( ยายบอกกลัวว่าคนจนทำไมมีโอ่งมาก ) ส่วนป้านที่บังฝาบ้านก็เป็นแผ่นป้ายของเทศบาลฯให้มา ซึ่งต้องรอเจ้าหน้าที่เขาอนุญาตก่อนจึงจะเอามา เพราะกลัวว่าเขาจะมาจับติดคุก ( ยายหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ) เขาช่วยขนป้ายมาให้ส่วนยายเองก็ใช้จักกะแร้มาสองจักกะแร้ ( หมายถึงใช้แขนหนีบมาสองข้าง ) เดินมาแบบอีลักอีลุก ( เป็นภาษาโคราช หมายถึงทุลักทุเล ) ยายเองไม่มีลักเล็กขโมยน้อยแน่นอนเอาของคนอื่นไม่เอา แม้แต่ยืมตังค์คนอื่นก็ไม่เอา กลัวว่าเขาจะมาขอ ( ยายบอก )
ภาพ/ข่าว ไพฑูรย์ คาบพิมาย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครราชสีมา
