ปัญหายังไม่จบ!! 2 ฝ่ายโต้เดือดต่อหน้านายอำเภอ ตกลงรังวัดแบ่งที่ดินกันไม่ได้ รองผู้ว่าฯรุดเคลียร์ย้ำต้องดำเนินการตามข้อตกลงวัดแบ่งเท่ากัน!?

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

จากกรณีที่นางอมรรัตน์ หรือมร วัฒนุวรรณ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/6 หมู่ 2 ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช นำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ หัวหน้า คสช.ผ่านศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังได้รับความเดือดจากนายทุนมาเฟียเจ้าของโรงงานผลิตยางแผ่นในพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทำเอกสารหลักฐานเท็จฮุบที่ดิน สปก.เนื้อที่ประมาณ 30 ไร่เศษ ในท้องที่บ้านหนองหรั่ง หมู่ 2 ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ไปก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย โดยอ้างว่าเป็นอ้างเก็บน้ำช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งของหมู่บ้าน โดยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลมาดำเนินการหลายสิบล้านบาท  และนายทุนยังว่าจ้างมือปืนหวังฆ่ายกครัวนางอมรรัตน์ ที่บังอาจต่อสู้ร้องเรียนขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้จนทาง คสช.และกระทรวงหาดไทยสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้การช่วยเหลือนางอมรรัตน์

             

ปัญหายังไม่จบ!! 2 ฝ่ายโต้เดือดต่อหน้านายอำเภอ ตกลงรังวัดแบ่งที่ดินกันไม่ได้ รองผู้ว่าฯรุดเคลียร์ย้ำต้องดำเนินการตามข้อตกลงวัดแบ่งเท่ากัน!?

ปัญหายังไม่จบ!! 2 ฝ่ายโต้เดือดต่อหน้านายอำเภอ ตกลงรังวัดแบ่งที่ดินกันไม่ได้ รองผู้ว่าฯรุดเคลียร์ย้ำต้องดำเนินการตามข้อตกลงวัดแบ่งเท่ากัน!?

ปัญหายังไม่จบ!! 2 ฝ่ายโต้เดือดต่อหน้านายอำเภอ ตกลงรังวัดแบ่งที่ดินกันไม่ได้ รองผู้ว่าฯรุดเคลียร์ย้ำต้องดำเนินการตามข้อตกลงวัดแบ่งเท่ากัน!?

ปัญหายังไม่จบ!! 2 ฝ่ายโต้เดือดต่อหน้านายอำเภอ ตกลงรังวัดแบ่งที่ดินกันไม่ได้ รองผู้ว่าฯรุดเคลียร์ย้ำต้องดำเนินการตามข้อตกลงวัดแบ่งเท่ากัน!?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ประธานการเจรจาแก้ปัญหาได้รับการยืนยันว่าพื้นที่พิพาทดังกล่าวทาง สปก.ได้ยกเลิกและคืนพื้นที่ให้กับป่าไม้ไปแล้ว  โดยพื้นที่ทั้งหมด 30 ไร่ ทางฝ่ายแม่ของนางอมรรัตน์ ถือ ส.ค. 1 เลขที่ 112 และ 114 รวมเนื้อที่ 30 ไร่ โดยแม่ของนางอมรรัตน์ ได้ยกที่ ส.ค. 1 ทั้ง 2 แปลงให้กับนางอมรรัตน์ไปแล้ว ในขณะที่นายสมโชค แก้วกระจก คู่กรณีพิพาท อ้างว่าซื้อที่ดินดังกล่าวมาจากน้องชายของนางอมรรัตน์ จำนวน 17 ไร่ โดยซื้อขายกันด้วยวาจาเมื่อกว่า 10 ปีก่อน และได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน 17 ไร่ดังกล่าวมาตลอด

                อย่างไรหลังจากนายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เชิญนางอมรรัตน์ และนายสมโชค คู่กรณีรวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาเจรจา จนในที่สุดมีการตกลงกันว่าทั้งสองฝ่ายจะแบ่งที่ดินเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กันภายใต้เงื่อนไขว่า ที่ดินตาม ส.ค. 1 เลขที่ 112 และ 114 รวมเนื้อที่ 30 ไร่เศษ ซึ่งในจำนวนนี้นางอมรรัตน์ ถือครองทำกินอยู่เดิมประมาณ  8 ไร่ เหลือประมาณ 22 ไร่ จะมีการรังวัดเริ่มรังวัดจากแนวเขตสวนยางพาราของนางอมรรัตน์ ได้พื้นที่เท่าไหร่ก็จะแบ่งเท่า ๆ กัน  และนายสมโชค แก้วกระจก  ตกลงจะเป็นผู้ขุดคูแบ่งแนวเขตที่ดินและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการดำเนินการทั้งหมด หลังจากตกลงกันได้แล้วนายสกล ได้ให้เจ้าหน้าที่จัดทำบันทึกข้อตกลงและให้ทั้งสองฝ่ายลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจึงนำคู่กรณีและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกราบรูปเหมือนพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ที่ประดิษฐานในห้องทำงานของนายสกล  พร้อมอธิฐานอ่านข้อตกลงในการดำเนินการต่อพ่อท่านคล้าย และขอให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน ไม่มีปัญหาใด ๆ กันอีกในอนาคต หากใครผิดคำพูดขอให้มีอันเป็นไป

โดยเมื่อวานนี้ (11 ก.ย.) ทางเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขา อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้นัดลงพื้นที่รังวัดที่ดิน โดยในช่วงเช้านายกฤษณะ ณ.สงขลา นายอำเภอทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ที่ดิน เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อส.ตร.ได้ลงพื้นที่เพื่อทำการรังวัดที่ดิน แต่ปรากฏว่าไม่สามารถทำการรังวัดได้ เนื่องจากทางฝ่ายนายสมโชค แก้วกระจก  จะให้รังวัดเนื้อที่ตาม ส.ค. 1 เลขที่ 112 และ 114 ทั้งหมดโดยรวมที่ดินที่นางอมรัตน์ อาศัยทำกินเดิมในเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ ด้วย ในขณะที่นางอมรรัตน์ ไม่ยินยอมเพราะผิดเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ว่าจะไม่แตะต้องที่ดินในส่วนที่นางอมรรัตน์ อาศัยทำกินอยู่เดิม  และเมื่อมีการกำหนดแนวเขตสุดแดนที่จะรังวัด นางอมรรัตน์ อ้างว่าแนวเขตที่แท้จริงยาวออกไปกว่านั้นอีก แต่ปรากฏว่าที่แนวเขตที่นางอมรรัตน์ อ้างในปัจจุบันเป็นที่ดินทำกินของชาวบ้านอีกคนหนึ่งที่ออกมาคัดค้านการรังวัด ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ดินไม่สามารถรังวัดได้ นายกฤษณะ จึงรายงานด่วนให้นายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชทราบ พร้อมเดินทางมายังบ้านของนางอมรรัตน์ จากนั้นได้เชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่ายพร้อมผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอทุ่งใหญ่ เจ้าพนักงานที่ดิน มาร่วมเจรจา โดยยืนยันว่าเจ้าพนักงานที่ดินจะทำการรังวัดตามข้อตกลงเดิมเพื่อให้ได้เนื้อที่จริง ๆ เสียก่อนว่าทั้งหมดมีเนื้อที่จริง ๆ ที่มีปัญหามีจำนวนกี่ไร่กันแน่ โดยจะไม่ยึดจำนวนที่ระบุไว้ใน ส.ค. 1 ทั้ง 2 ฉบับ เมื่อได้เนื้อที่แล้วให้ผู้ใหญ่บ้านและนายอำเภอทุ่งใหญ่รายงานให้นายสกล ทราบภายใน 1 อาทิตย์  หลังจากนั้นนายสกล จะเดินทางมาเป็นประธานการแบ่งที่ดินที่ได้จำนวนเท่า ๆ กัน

                นายสกล จันทรักษ์ กล่าวว่า ตนพยายามอย่างเต็มที่ในการเป็นคนกลางเจรจาตกลงแก้ไขปัญหา เพื่อยุติความขัดแย้งของคู่กรณีที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ไม่อยากให้เรื่องลุกลาม ขัดแย้ง ทะเลาะวิวาทจนต้องขึ้นโรงขึ้นศาล โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายก็ตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วพร้อมทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนจะมีการสาบานต่อหน้ารูปเหมือนพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ แต่เมื่อนายอำเภอทุ่งใหญ่และเจ้าพนักงานที่ดินลงพื้นที่เพื่อรังวัดปรากฏว่าทั้งสองฝ่ายก็ยังไม่ยอมจนเจ้าหน้าที่ที่ดินไม่สามารถรังวัดที่ดินได้  ตนจึงต้องลงพื้นที่มาเจรจาทำความเข้ากับคู่กรณีทั้งสองฝ่าย และจะมีการนัดรังวัดที่ดินใหม่อีกครั้งในวันที่ 14 ก.ย. 2560 โดยกำชับให้นายอำเภอและผู้ใหญ่บ้านรับผิดชอบในการรังวัดและรายงานผลจำนวนเนื้อที่ที่ได้ให้ตนทราบ จากนั้นตนจะเดินทางมาจัดแบ่งให้เท่า ๆ กัน

ปัญหายังไม่จบ!! 2 ฝ่ายโต้เดือดต่อหน้านายอำเภอ ตกลงรังวัดแบ่งที่ดินกันไม่ได้ รองผู้ว่าฯรุดเคลียร์ย้ำต้องดำเนินการตามข้อตกลงวัดแบ่งเท่ากัน!?

ปัญหายังไม่จบ!! 2 ฝ่ายโต้เดือดต่อหน้านายอำเภอ ตกลงรังวัดแบ่งที่ดินกันไม่ได้ รองผู้ว่าฯรุดเคลียร์ย้ำต้องดำเนินการตามข้อตกลงวัดแบ่งเท่ากัน!?

ปัญหายังไม่จบ!! 2 ฝ่ายโต้เดือดต่อหน้านายอำเภอ ตกลงรังวัดแบ่งที่ดินกันไม่ได้ รองผู้ว่าฯรุดเคลียร์ย้ำต้องดำเนินการตามข้อตกลงวัดแบ่งเท่ากัน!?

“อย่างไรก็ตามในการรังวัดนางอมรรัตน์ จะมายึดเนื้อที่ตาม ส.ค. 1 ทั้ง 2 ฉบับว่ามีเนื้อที่ทั้งหมดจำนวน 30 ไร่ไม่ได้ เพราะพื้นที่อื่น ๆ มีเจ้าของอาศัยทำกินมาหลายสิบปีแล้วหากวัดเข้าไปในพื้นที่ที่ชาวบ้านรายอื่น ๆ ถือครองอยู่เขาก็จะคัดค้าน ดังนั้นให้ยึดพื้นที่เป็นปัจจุบันซึ่งมีอยู่จริง ซึ่งอาจจะไม่ถึง 30 ไร่ตามที่ระบุใน ส.ค. 1 ก็ได้ หรืออาจจะมีมากกว่า 30 ไร่ก็ได้”

                รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวอีกว่าเมื่อได้เนื้อที่ที่ชัดเจนแล้วตนจะเข้ามาเป็นประธานในการจัดแบ่งเท่า ๆ กัน  หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็สามารถนำไปยื่นขอออกโฉนดที่ดินได้ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป  และนายสมโชค แก้วกระจก จะต้องไปถอนแจ้งความกับพนักงานสอบสวนที่แจ้งความดำเนินคดีกับนางอมรรัตน์ ในข้อหาหมิ่นประมาท  เรื่องทั้งหมดก็ยุติลงได้ แต่หากในที่สุดยังไม่ยินยอมหรือตกลงกันไม่ได้ตนก็คงจะยุติการเข้ามาแก้ปัญหาให้กับคู่กรณีเพราะที่ผ่านมาตนในฐานะข้าราชการได้ทุ่มเทกับการแก้ปัญหานี้อย่างเต็มที่แล้ว  คงปล่อยให้ทั้งสองฝ่ายใช้ช่องทาวงหรือกระบวนการทางศาลต่อสู้กันเอง โดยนายสมโชค คู่กรณีก็จะไม่สามารถยื่นขอออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ที่ตัวเองครอบครองได้ เพราะไม่มี ส.ค. 1  เพราะ ส.ค. 1 ที่ทางราชการออกให้ทั้ง 30 ไรเป็นของนางอมรรัตน์ ซึ่งนางอมรรัตน์ ยื่นขอออกโฉนดได้เฉพาะ 8 ไร่เท่านั้น ส่วนที่เหลือที่มีกรณีพิพาทเจ้าพนักงานที่ดินคงไม่สามารถออกให้ได้.

ปัญหายังไม่จบ!! 2 ฝ่ายโต้เดือดต่อหน้านายอำเภอ ตกลงรังวัดแบ่งที่ดินกันไม่ได้ รองผู้ว่าฯรุดเคลียร์ย้ำต้องดำเนินการตามข้อตกลงวัดแบ่งเท่ากัน!?

ปัญหายังไม่จบ!! 2 ฝ่ายโต้เดือดต่อหน้านายอำเภอ ตกลงรังวัดแบ่งที่ดินกันไม่ได้ รองผู้ว่าฯรุดเคลียร์ย้ำต้องดำเนินการตามข้อตกลงวัดแบ่งเท่ากัน!?

ปัญหายังไม่จบ!! 2 ฝ่ายโต้เดือดต่อหน้านายอำเภอ ตกลงรังวัดแบ่งที่ดินกันไม่ได้ รองผู้ว่าฯรุดเคลียร์ย้ำต้องดำเนินการตามข้อตกลงวัดแบ่งเท่ากัน!?

ภาพ/ข่าว  ยุทธนะ  เตมะศิริ    ผู้สื่อข่าวภูมิภาค    สำนักข่าวทีนิวส์   จ.นครศรีธรรมราช