ขอเอาชัวร์!!ยังไม่เปิดเส้นทางรถไฟ หลังจนท.เร่งซ่อมราง สุดท้ายเจอปัญหาใหญ่ ยังเปิดใช้งานไม่ได้

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

จากกรณีรถไฟขบวนสินค้าปูนเต้าผง จำนวน 16 โบกี้  ของบริษัท พีทีไอ จำกัด ขบวน 1601  เป็นขบวนทดลองวิ่ง เพื่อนำสินค้าปูนผง ส่งปลายทาง  จ. เชียงใหม่ ในขณะที่วิ่งออกจากสถานีรถไฟบ้านหินลับ  อ.แก่งคอย  จ.สระบุรี   ขบวนรถไฟได้กำลังวิ่งลงเนินเขา หมู่ที่ 5  ต.ทับกวาง อ. แก่งคอย จ.สระบุรี    จนเกิดเสียหลักช่วงระหว่างวิ่งลงเนินเขาโค้งขวา ส่งผลทำให้ขบวนโบกี้ช่วงหลังบวนกลางสะบัดพลิกคว่ำช่วงเป็นทางโค้ง จนโบกี้ ทั้ง 16 โบกี้ พลิกคว่ำกระจายเกลื่อน ระเนระนาดและมีคนเจ็บ 2 ราย  เหตุเกิดเมื่อ วันที่  9 กันยายน   

 

              ขอเอาชัวร์!!ยังไม่เปิดเส้นทางรถไฟ หลังจนท.เร่งซ่อมราง สุดท้ายเจอปัญหาใหญ่ ยังเปิดใช้งานไม่ได้

ซึ่งหลังเกิดเหตุตลอดเวลาทางเจ้าหน้าที่แผนกซ่อมบำรุงของการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมแผนกช่างของโรงปูนทีพีไอ  ได้นำช่างและเครื่องมือหนักเร่งซ่อมแซมพร้อมเคลื่อนย้ายโบกี้ปูนที่เสียหายออกจากช่องทางรถไฟ มาตลอด เพื่อที่จะมีการเร่งให้แล้วเสร็จเพื่อการเดินรถ

 ตลอดหลังวันเกิดเหตุหลังที่ผ่านมาการซ่อมแซมและเคลื่อนย้ายโบกี้และซ่อมทางรถไฟจนเข้าสู่วันที่ 3 ทางเจ้าหน้าที่แผนกช่างการรถไฟก็ได้จัดแผนทำทำราง ขนานชั่วคราวยาวประมาร 200 เมตร เพื่อเป็นการแก้ไชชั่วคราวที่จะให้รถไฟวิ่งใช้ได้ก่อนจนสร้างรางสำรางแล้วเสร็จ 

              ขอเอาชัวร์!!ยังไม่เปิดเส้นทางรถไฟ หลังจนท.เร่งซ่อมราง สุดท้ายเจอปัญหาใหญ่ ยังเปิดใช้งานไม่ได้

              จากนั้น เมื่อเวลา  11.00 น. วันที่ 12 กย. ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายซ่อมแซมของการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ได้มีการสำรวจเพื่อทดรองพร้อมด้วยการใช้เครื่องมือจับพิกัดวัดรัศมีของแนวรางรถไฟ  ปรากฏว่าทางรางรถไฟไม่ได้รัศมีในค่าพิกัดราง ที่จะใช้งานชั่วคราวเกรงรับอันตราย จึงต้องยกเลิกรางเดิม และหันมาเพื่อปรับปรุงใช้รางเก่าถึงจจจะได้ขนาด

               ขอเอาชัวร์!!ยังไม่เปิดเส้นทางรถไฟ หลังจนท.เร่งซ่อมราง สุดท้ายเจอปัญหาใหญ่ ยังเปิดใช้งานไม่ได้

   ด้าน นายวุฒิไกร   สุทธิกุล  หัวหน้ากองจัดการเดินรถ เขต 2 เผยว่า หลังจากมีการปรับปรุงแก้ไข  เพื่อที่จะให้รถไฟใช้รางสำรองวิ่งก่อน  แต่ทำการสร้างเสร็จแล้วทางช่างได้มีการสำรวจวัดรัศมีรางรถไฟก่อนใช้   ปรากฏว่าหลังสำรวจรัศมีของการวางรางรถไฟไม่ได้ขนาดตามทาง จึงต้องมียกเลิกรางขนานชั่วคราวเพราะเกรงอันตราย  จากนั้นจะต้องกลับมาใช้รางเดิม ซึ่งตอนนี้ ต้องรอผลรายงานไปที่ สำนักงานใหญ่การรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อประชุมหาแนวทางอีกครั้งว่าดำเนินอย่างไร  ที่จะเร่งทำให้แล้วเสร็จ ซึ่งในส่วนช่วงนี้ทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการรื้อโบกี้ปูนที่อยุ่ทับรางเก่าออกให้หมด ซึ่งล่าสุดเหลืออีก 7 บี้   ขณะเดียวกัน ในพื้นที่เกิดเหตุนั้นเป็นทางแคบติดเขาและมีเสาไฟฟ้าระหว่างข้างทางรถไฟซึ่งทำให้เป็นความยากลำบากในการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์และซ่อมแซมด้วย  ส่วนที่จะเปิดใช้นั้นต้องรอผลสรุปในการทำงานอีกครั้ง


 ข่าว/ภาพ  บังอร ศรีชมเตรียม ผุ้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัด สระบุรี