- 13 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นประทวน สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี จำนวน 25 นายได้รวมตัวกันเขียนหนังสื่อร้องเรียน พ.ต.อ.พฤกษ์ เลี้ยงสุข ผกก.สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี พร้อมเซ็นชื่อและเดินทางไปยื่นต่อ พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และ นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยหนังสื่อดังกล่าว ระบุถึงการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้กลุ่มข้าราชการตำรวจ สภ.ทุ่งยางแดง ซึ่งได้รับผลกระทบในการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ของ พ.ต.อ.พฤกษ์ เลี้ยงสุข และมีการใช้อำนาจโดยมิชอบ สร้างเงื่อนไขต่อกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยผู้ใต้บังคับบัญชาได้ทำหนังสือร้องเรียนถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ใช้อำนาจโดยมิชอบ ของผู้กำกับ ทำให้ได้รับผลกระทบ โดยมีการระบุในหนังสือร้องเรียนจำนวน 7 ข้อ คือ
1.มีการลงไม้ลงมือทำร้ายร่างกายทุบดี ตบหน้า เตะต่อย ผู้ใต้บังคับบัญชาตั่งแต่ระดับชั้นสัญญาบัตรลงมา จนถึงชั้นประทวนในขณะปฏิบัติหน้าที่ต่อหน้าธารกำนัน
2. มีการพูดถากถางดูหมิ่นผู้ใต้บังคับบัญชาที่นับถือศาสนาอิสลาม ในการปฏิบัติศาสนกิจ ขงอกำลังพล ซึ่งสร้างความไม่พอใจและเป็นการไม่ให้เกียรติ
3.มีการด่าทอผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยถ้อยคำหยาบคาย ซึ่งเป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้า และมีการด่าทอบุพการีอยู่เป็นประจำ
4.มีการใช้งานผู้ใต้บังคับบัญชาตรากตรำเกินไป โดยไม่มีวันหยุดให้พักผ่อน สร้างความเหนื่อยล้า และตึงเครียดให้กับกำลังพลเป็นอย่างมาก
5.ผกก.ไม่เคยรับฟังปัญหาหรือเหตุผลของผู้ใต้บังคับบัญชา และทำโทษด้วยการเข้าเวรยามท่ามกลางแดดกลางฝน และหมอบคลานกลิ้งมวนหน้า
6.ใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรมเมื่อจะใช้งานผู้ใต้บังคับบัญชา ก็เรียกมาใช้งาน เมื่อไม่พอใจหรือเสร็จงาน ก็ไล่ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ใช้มนุษย์
7.ในการปฏิบัติหน้าที่ของผกก.ชอบมีปากเสียงและเชิงข่มขู่กับประชาชน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ซึ่งสร้างความไม่พอใจและรวมตัวกันประทวง
ซึ่งหนังสื่อร้องเรียนทั้ง 7 ข้อกลุ่มข้าราชการตำรวจยังได้เซ็นชื่อกำกับไว้เพื่อยื่นยันว่าหนังสื่อฉบับดังกล่าวเป็นความจริงและยังร้องขอหวังว่าทางผู้บังคับบัญชาจะลงมาแก้ปัญหากับเรื่องที่เกิดขึ้น
วันที่ 12 กย. พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.ต.อ.จีรเศรษฐ ดาวเงินตระกูล รอง ผบก. ได้เดินทางมาที่ สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เพื่อเรียกประชุมและตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยในการประชุมครั้งนี้ มี พ.ต.ท.อรัญ รักษ์วงศ์ รอง ผกก.สืบสวน นำข้าราชการตำรวจทั้ง 25 นายมาร่วมชี้แจงกับเหตุการณ์เกิดขึ้น ส่วน พ.ต.อ.พฤกษ์ เลี้ยงสุข ผกก.ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเนื่องจากอยู่ในระหว่างการลา โดยในที่ประชุม ได้มีตัวแทนตำรวจนายหนึ่งรายงานถึงเหตุการณ์เกิดขึ้นตามหนังสื่อร้องเรียนที่ยืนให้กับแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำหนังสื่อร้องเรียนไปแล้วถึง 4 ครั้งไปยังผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น แต่เรื่องเงียบ จึงทำให้ต้องยื่นให้กับแม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อให้เร่งแก้ปัญหาโดยตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีตำรวจในโรงพักไม่ได้รับความเป็นธรรมกรณีการปฏิบัติของ ผกก.ต่อลูกน้องทำให้หลายนายมีความกดดันและไม่มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนเรื่องของการกระทำความรุนแรงตามที่ระบุในหนังสื่อร้องเรียนนั้น ก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการสอบสวนของผู้บังคับบัญชาต่อไป
ขณะที่ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.หลังรับทราบปัญหาก็ได้ให้กำลังใจและพร้อมที่จะตรวจสอบ โดยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และในการแก้ปัญหาเบื้องต้นก็อาจจะให้ ผกก.ไปช่วยราชการที่กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี และให้ตำรวจที่เซ็นชื่อทั้งหมดย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในเขต อ.เมืองปัตตานี ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการลดระดับข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น และจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
ด้าน พล.ต.ต. ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า ในขณะนี้กำลังดำเนินการแก้ไขและตรวจสอบความจริงอยู่ ซึ่งก็พอรู้ปัญหา โดยจะเร่งตรวจสอบความเป็นจริง โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องของการปกครองของผู้บังคับบัญชาส่วนหนึ่ง และเป็นปัญหาในพื้นที่ที่หมักมนมานาน ซึ่งต้องยอมรับว่าพื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่ที่มีสถานการณ์ มีความเครียดในการปฏิบัติหน้าที่ ในเรื่องที่เกิดขึ้นก็อาจจะเกิดจากความเครียดในการทำงาน จะต้องตรวจสอบทั้งสองฝ่ายว่าสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ โดยจะเร่งตรวจสอบให้เร็วที่สุด และจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย โดยเท่าที่รับรู้มาก็เกิดปัญหาจากด้านการปกครอง อยู่ที่บุคลิกภาพของหัวหน้าหน่วยซึ่งก็ไม่เหมือนกันทุกคน แต่พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ค่อนข้างอันตราย ตำรวจถ้าออกไปนอกพื้นที่ อาจจะถูกลอบทำร้ายและเกิดความสูญเสีย หัวหน้าหน่วยก็ต้องรับผิดชอบ พื้นที่ที่นี้เป็นพื้นที่ประกอบกำลังรบส่วนหนึ่ง ไม่เหมือนกับพื้นที่อื่น ๆ การออกลาดตระเวน การออกปฏิบัติการจะต้องเป็นหมู่รบ จะต้องมีความเข็มแงจะต้องมีการฝึก ก็ต้องเหนื่อย เพราะต้องยอมรับว่าพื้นที่ตรงนี้ต้องเหนื่อยกว่าพื้นที่ปกติ จะต้องมีการฝึกยุทธวิธี ทำให้การปฏิบัติหน้าที่มีผลทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดความเครียดส่วนหนึ่ง ผู้บังคับบัญชาส่วนหนึ่ง ก็ต้องลงมาดูส่วนนี้ โดยล่าสุดได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว แลละพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ซึ่งหลังจากได้พูดคุยกันทั้ง 2 ฝ่าย มีแนวโน้มที่ดี น่าจะเกิดความเข้าใจกัน ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่เข้าใจ ที่ได้พูดคุยกันในเรื่องทัศนคติที่ไม่ตรงกัน ซึ่งเชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น
ด้าน ส.ต.ท.สมประสงค์ พรมคณะ ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราบ ตัวแทนตำรวจที่ร้องเรียน เปิดเผยว่า ในฐานะข้าราชการตำรวจต้องขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่เข้ามาดูแล และห่วงใยในปัญหาตรงจุดนี้ ซึ่งเบื้องต้นจากการประชุมร่วมกันก็มีผลที่น่าพอใจ ที่จริงแล้ว พวกตนทุกคนก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ตำรวจที่นี้ทุกคนก็อยากจะอยู่ด้วยความรักความสามัคคี และไม่คิดที่จะทิ้งที่นี้ และย้ายไปอยู่ที่อื่น รุ่นของตนก็อยู่ที่นี้มา 5 ปี แล้ว ไม่เคยมีความคิดที่จะทำเรื่องย้าย แต่มาล่าสุด ความคิดได้เปลี่ยนไป ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ผู้บังคับบัญชาต้องนำไปคิด และเข้ามารับทราบถึงปัญหาว่าทำไมพวกตนถึงทำเรื่องย้ายกัน พวกตนเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย คงทำได้เพียงแค่ขอความยุติธรรม และเห็นใจพวกตนบ้าง
ภาพ/ข่าว สุไลมาน แวมามะ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิส์ จ.ปัตตานี




