- 13 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อ 13 กันยายน 60 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีกลุ่มคนจากสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ กว่า 100 คน นำโดยนายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ ได้ถือป้ายข้อความต่อต้านการนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐอเมริกา โดยได้เตรียมหนังสือขอทบทวนการนำเข้าเนื้อหมู เพื่อเตรียมยื่นกับนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนางพิทยา หมื่นอนันต์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีการเชิญตัวแทนเข้าหารือ เพื่อแนวทางในการส่งเรื่องต่อไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหาทางช่วยเหลือต่อไป
นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ได้ทำการคัดค้านการนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐฯ มาโดยตลอด เพราะทราบว่ารัฐบาลของสหรัฐอเมริกา ได้สร้างแรงกดดันรัฐบาลไทยมาในเรื่องดังกล่าว แม้ข้อมูลการผลิตเนื้อสุกรของไทย มีการชี้แจงเสมอมาว่า ยังคงล้นตลาดภายในประเทศ เช่นเดียวกับสินค้าเกษตรอื่นๆ ที่สร้างปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ปัญหาหนี้สินเกษตรกร การตัดสินใจของรัฐบาลต้องอยู่บนพื้นฐานที่ต้องหารือกับประชากรผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เป็นการทำลายโครงสร้างระบบเศรษฐกิจหลักของประเทศ ไม่เพียงอุตสาหกรรมเลี้ยงสุกรเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบ แต่ยังมีผลกระทบกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ผู้ผลิตอาหารสัตว์ ยา และเวชภัณฑ์ หากต้องล่มสลายเพราะการนำเข้าสุกรจากสหรัฐ ที่เข้ามาบุกตลาดไทยแล้ว ย่อมจะต้องกระทบกับเศรษฐกิจของชาติด้วย จึงข้ามาคัดค้านเพื่อป้องป้องอาชีพเกษตรกรไทย และไม่ให้สร้างปัญหารวมถึงผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรด้วย
“ปัจจุบันในพื้นที่ภาคเหนือ มีผู้ประกอบกการเลี้ยงสุกรรายใหญ่ 10 ราย และรายเล็ก 200 กว่าราย มีสุกรแม่พันธุ์อยู่ประมาณ 50,000 ตัว และออกลูกปีละ 18 ตัวต่อหนึ่งแม่พันธุ์ มีราคาขายอยู่ที่ตัวละ 5,000 บาท ขณะที่ราคาขายหมูมีชีวิตที่พร้อมจำนำไปฆ่าชำแหละ ขายราคาทุนอยู่ที่ 56 บาท/กิโลกรัม และราคาขายสู่ตลาด 57-58 บาท/กิโลกรัม ซึ่งหากมีการนำเข้าจากสหรัฐย่อมจะส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงสุกรแน่นอน อีกทั้งหมูจากสหรัฐที่จะนำเข้านั้นเป็นพวกชิ้นส่วน เครื่องใน หมูสามชั้น เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่ใช้สารเร่งเนื้อแดง หรือ แรคโตฟามีน ซึ่งในประเทศไทยห้ามใช้สารชนิดนี้ ซึ่งจะเกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้” นายสุนทราภรณ์ กล่าว.
ภาพ/ข่าว นพนิวัตร์ ไกรฤกษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.เชียงใหม่
