- 13 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 ก.ย. 60 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในหมู่ 8 ต.คลองข่อย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ว่าน้ำในคลองบ้านใหม่นั้นเน่าเสียมานานแล้ว และยังส่งกลิ่นเหม็นชาวบ้านไม่สามารถใช้น้ำในคลองมาอุปโภคบริโภคได้ จึงเดินทางไปตรวจสอบพบชาวบ้านกำลังเดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณประตูระบายน้ำคลองบ้านใหม่ ซึ่งน้ำในคลองนั้นมีสีดำ และส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว นอกจากนี้น้ำเน่าในคลองยังไหลออกไปรวมยังแม่น้ำแม่กลอง ใกล้กับถังประปาหมู่บ้าน และทางอบต.คลองข่อยก็ทำการดูดน้ำดังกล่าวไปทำน้ำประปาหมู่บ้าน ทำให้น้ำประปาก็มีกลิ่นเหม็นไปด้วย โดยชาวบ้านบอกว่าต้องทนใช้น้ำเน่าและมีกลิ่นเหม็นอย่างนี้มานานหลายปี แม้ว่าจะเคยไปร้องเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา แต่เมื่อลงมาดูพื้นที่เรื่องก็เงียบหายไป และคลองแห่งนี้ก็อยู่ติดกับสำนักงานชลประทานคลองบ้านใหม่ แต่ก็ยังแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ชาวบ้านจึงต้องทนอยู่กับน้ำเน่ามาตลอด ซึ่งมีชาวบ้านบางคนต้องประกาศขายบ้านทิ้ง เพราะทนไม่ไหว จึงอยากให้มีการแก้ไขปัญหา โดยทำการสำรวจตั้งแต่ต้นที่ทำให้น้ำเน่าเสียว่าเริ่มจากจุดใด และเข้าไปทำการแก้ปัญในจุดนั้นและไล่มาเรื่อยๆ
โดยนางสุดสวาท วรสหวัฒน์ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/5 หมู่ 8 ต.คลองข่อย อ.โพธาราม และเป็นเจ้าของรีสอร์ท ริเว่อร์วิว ซึ่งอยู่ติดกับลำคลองบ้านใหม่ ก็บอกว่าตอนนี้กำลังเดือดร้อนอย่างมากเพราะตนสร้างรีสอร์ทขึ้นมา 3 ปี ตลอดที่ผ่านมาก็ได้รับผลกระทบตลอด แขกที่มาพักก็จะบ่นว่ามีกลิ่นเหม็นจนนอนไม่ได้ ทำให้ยอดแขกที่มาพักลดลง ตนเองก็ได้ไปร้องเรียนมาหลายที่แต่ไม่สำเร็จสักที่เดียว เข้ามาดูเพียงอย่างเดียวแต่ก็ไม่ได้ทำอะไร จนกระทั่งทิ้งช่วงเป็น 10 ปี และน้ำที่ไหลมานั้นมีสีดำ แรก ๆ ก็เป็นสีน้ำตาลมาตอนหลังมีสีดำมาก ซึ่งน้ำประปาที่ใช้ก็มีกลิ่น และมีสัตว์เล็ก ๆ เช่นลูกหอย ลูกน้ำ จะปนขึ้นมาด้วย อยากให้หน่วยงานเข้ามาดูแล ชาวบ้านเองก็จะได้อยู่อย่างสบาย ไม่เจอมลพิษ
ด้านนายยุทธนา กิจเครือ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71/1 หมู่ 10 ต.คลองตาคต อ.โพธาราม ก็บอกว่า ประชาชนทั้งสองฝั่งคลอง ซึ่งมีทั้งตำบลคลองตาคตและต.คลองข่อยใช้น้ำในคลองสายนี้เป็นหลัก ตั้งแต่ทำเกษตรกรรม ไปจนถึงอุปโภค บริโภค แต่ขณะนี้ไม่สามารถนำน้ำในคลองไปใช้ได้เลย เมื่อปีที่แล้วมีเด็กเสียชีวิตจากการลงเล่นน้ำแล้วติดเชื้ออะมีบ้า จึงอยากให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ มาช่วยเหลือ และทำการลอกผักตบชวา และวัดค่าของน้ำว่าน้ำมีสีดำแบบนี้เป็นอย่างไร หน่วยงานราชการไม่มาช่วยชาวบ้านเลย ซึ่งพวกตนทุกข์ร้อนมานานไม่รู้จะหาหน่วยงานที่ไหนมาช่วย และได้เคยแจ้งเทศบาลคลองตาคต รับเรื่องไว้แต่ไม่ส่งต่อหรือไม่ก็ไม่ทราบ และสำนักงานชลประทานอยู่ใกล้ ๆ ก็ไม่สามารถทำอะไรให้ได้ และได้มีหน่วยงานทหารเข้ามาแต่ไม่ทราบว่าติดขัดเรื่องอะไร ซึ่งคลองสายนี้จะไหลไปเชื่อมกับแม่น้ำแม่กลองเส้นหลัก และไม่แน่ว่าที่ปลากระเบนราหูตายอาจจะหนีน้ำจากโพธารามไปถึงสมุทรสงครามอาจจะมีสาเหตุมากจากตรงนี้ก็เป็นได้ และน้ำตรงนี้ก็ได้เสียมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ซึ่งชาวบ้านก็ต้องมาใช้น้ำประปาที่สูบน้ำจากคลองสายนี้ขึ้นไปใช้เลยทำให้มีกลิ่นเหม็น คัน และมีลูกหอยลูกกุ้งขึ้นมาด้วย จนมีบางคนทนไม่ไหวต้องขายบ้านหนีน้ำไปอยู่ที่อื่นก็มี
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ คำเปรม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดราชบุรี
