- 14 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 14 กันยายน น.ส.กรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักงารนศิลปากรที่ 1 พร้อมเจ้าหน้าที่ฝายวิชาการ นายกฤษดา หมวดน้อย กรรมการสภาวัฒนธรรม อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางไปที่ สภ.ย่อยกำเนิดนพคุณ เพื่อร่วมกันตรวจสอบสภาพปืนใหญ่โบราณความยาว 2.10 เมตร เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางส่วนโคนประมาณ 30 เซนติเมตร(ซม.) ส่วนปลายประมาณ 20 ซม. น้ำหนัก 1.2 ตัน ภายหลังเจ้าหน้าที่ชลประทานขุดพบกลางในคลองบางสะพานบริเวณปากคลองบางอะ หมู่ 8 ต.แม่รำพึง ขณะใช้เครื่องจักรกลหนักขุดลอกคลองบางสะพานเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม ตามโครงการบรรเทาอุกภัย อ.บางสะพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ประจวบคีรีขันธ์
น.ส.กรรณิการ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบปืนมีสนิม ทำให้ไม่พบตราสัญลักษณ์ที่มาของปืนใหญ่เช่นเดียวกับปืนใหญ่ที่พบในบริเวณป้อมปืนปากแม่น้ำที่ จ.สมุทรปราการ ล่าสุดบนปืนพบเพียงร่องรอยของเลขยันต์ลงอักขระลักษณะคล้ายเลข ๙ แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าผลิตในประเทศหรือเป็นปืนใหญ่ที่สั่งนำเข้า สำหรับปืนใหญ่ที่จมกลางลำคลองห่างจากปากอ่าวบ้านปากปิด ประมาณ 300 เมตร สันนิษฐานว่าปืนใหญ่ที่มีอายุประมาณ 200 ปีสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นสำหรับใช้ยิงข้าศึกป้องกันหัวเมืองบางสะพาน ภายหลังมีศึกสงครามต่อเนื่องกับประเทศเพื่อนบ้านตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเชื่อมโยงกับด่านสิงขร เมืองตะนาวศรี มะริด และ ทวาย
“ คาดว่าจุดที่พบคาดว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากเรือล่ม เนื่องจากจุดที่พบปืนที่ไม่ใช่พื้นที่สำหรับตั้งป้อมเพื่อยิงปืนใหญ่ และจากการตรวจสอบสภาพแวดล้อมบริเวณรอบพื้นที่ในคลองบางสะพานยังไม่พบวัตถุโบราณประเภทอื่น โดยทีมนักวิชาการมีแผนในการสำรวจบริเวณที่เป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณของหัวเมืองบางตะพานหรือเมืองกำเนิดนพคุณที่มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่อง ทองบางสะพานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากนั้นจะแจ้งให้ผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มนักวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์มาตรวจสอบอีกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้ปืนเสียหายจากสภาพปัจจุบัน และ ตามหลักการจะต้องนำปืนใหญ่ไปเก็บไว้เพื่อการอนุรักษ์ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จ.ราชบุรี “ น.ส.กรรณิการ์ กล่าว
ภาพ/ข่าว พอใจ จันฑนา ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ประจวบคีรีขันธ์
