- 14 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ (14 ก.ย.60)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้พบกับวิถีชาวบ้าน ที่หาดูได้ยากในยุค 4.0 ที่โลกเปลี่ยน หมุนไปตามเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังพบว่ามี ชาวบ้านสว่าง ม.8 ตำบลยาง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ยังคงพากันใช้ชีวิต ก้าวตามรอยพ่อ พอเพียง ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ร.9 มาปรับใช้ ด้วยความขยัน ขันแข็ง นำภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยใช้ตุ้มเป็นอุปกรณ์ในการดักจับกุ้งฝอย ตามหนอง คลอง ทุ่งนา จากภูมิปัญญาที่คิดประดิษฐ์ขึ้นจากไม้ไผ่, ตาข่าย-ไนล่อน, และเศษขวดน้ำดื่ม โดยใช้อาหารปลา (อาหารอัดเม็ด) มาทำเหยื่อล่อกุ้งเข้าไปในตุ้ม ผ่านกรวยที่ทำจากขวดน้ำหลักการเดียวกันกับไซ และใช้ มอง ซึ่งเป็นภาษาอีสาน คือ ตาข่ายดักปลา ลักษณะเป็นใยใสๆบางเล็กเอาไปกางดักจับปลาในหนองน้ำ หรือตามห้วยหนอง คลองบึง และตามไร่ ทุ่งนา ของตนเอง คนอีสานเขาเรียกไปใส่มอง
โดยชาวบ้านผู้ชายเกือบทั้งหมู่บ้านสว่างแห่งนี้ จะพากันออกจากบ้าน เพื่อไปหาหา กุ้งฝอย และปลา ตั้งแต่เช้าตรู่ ที่ทุ่งนาข้าวหอมมะลิ หลายร้อยไร่ที่กำลังเขียวขจี ซึ่งติดกับหมู่บ้าน หลังจากฝนตกเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านแต่ละคนได้ปลาใหญ่ ปลาเล็ก ปลาน้อย 2 -5 ก.ก. ต่อวัน และได้กุ้งฝอยจากตุ้ม คนละ 2-5 ก.ก. เช่นกัน
เมื่อนำกลับมาที่บ้าน เหล่าบรรดา แม่บ้าน และลูกหลาน ก็จะช่วยกันล้างทำความสะอาด และเลือกเก็บ กุ้งฝอย และปลา นำไปประกอบอาหาร สารพัดเมนู ปนระหยัดค่ากับข้าวได้หลายเวลา นอกจากนี้ยังแปรรูปเป็นปลาร้า ปลาจอม เพื่อเก็บไว้รับประทานได้นานๆ หากมีมากเหลือพอก็จะแจกญาติพี่น้อง บ้านใกล้เรือนเคียง หาก เหลือจากแจกก็ขาย ถุงละ 20 บาท มีรายได้หลายร้อยบาทต่อวัน เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ระหว่างรอการเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิ ที่สามารถเกี่ยวข้าวได้ประมาณเดือน พ.ย.-ธ.ค. 60 นี้ ได้เป็นอย่างดี
ภาพ/ข่าว ฉัตรชัย สุตะพรม
เรียบเรียง ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
