- 14 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 11.00 น วันที่ 14 กันยายน 2560 ที่เรือนจำกลางสมุทรปราการ นายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน คืนสุขภาพดีสู่สังคม โดยมี นายสมชาย เสียงหลาย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายแพทย์ เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค นายเรืองศักดิ์ สุวารี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผู้บริหารระดับสูงร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ยุติวัณโรคในเรือนจำ
นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก จัดให้ประเทศไทยเป็น 1ใน 14 ประเทศที่มีปัญหา วัณโรครุนแรง แต่ละปีพบผู้ป่วยรายใหม่ถึง 120,000คน เสียชีวิต 13,800 คน ที่สำคัญมีผู้ป่วยวัณโรค เกิดการดื้อยาหลายขนานประมาณ 4,500 คน ต้องใช้งบประมาณในการรักษาสูงถึง 1.2 ล้านบาท ต่อคน หากดื้อยาอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการวินิจฉัยและรักษาเพียงร้อยละ 60 เท่านั้น และรักษาหายอย่างต่ำเพียงร้อยละ 80 ซึ่งไม่สูงพอ ที่จะนำไปสู่การลดการแพรกระจายของโรค ดังนั้นทางกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ วัณโรคระดับชาติ พ.ศ. 2560 - 2564 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการตามเสนอเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ตั้งเป้ายุติวัณโรคให้ได้ภายใน 20 ปี หรือภายใน พ.ศ. 2578 ด้วย 5 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ 1. การค้นหาผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยวัณโรคให้ครอบคลุม 2. ลดการเสียชีวิต ผู้ป่วยวัณโรค 3. พัฒนาศักยภาพบุคลากร 4. สร้างกลไกการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์อย่างยั่งยืนและ 5 .ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการป้องกันดูแลรักษาและควบคุมโรค
ทั้งนี้ผู้ต้องขังในเรือนจำเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงสำคัญที่โอกาสป่วยเป็นวัณโรคสูงกว่าคนทั่วไปถึง 10 เท่า กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงยุติธรรม จึงได้ร่วมการประกาศเจตนารมณ์ยุติวัณโรคในเรือนจำ ถือเป็นนโยบายระดับชาติที่จะยุติวัณโรคตามแผนยุทธศาสตร์วัณโรคระดับชาติ ซึ่งเริ่มในปีงบประมาณ 2560 ความสำเร็จในการเร่งรัดคัดกรองวัณโรคในเรือนจำ ในปีแรกนี้นับว่าเป็นความสำเร็จที่เกิดรูปกระทำที่สุดสามารถคัดกรองวัณโรคด้วยการถ่ายภาพรังสีทรวงอก และส่งตรวจห้องปฏิบัติการด้วยขั้นตอนและวิธีการการตรวจที่เป็นที่ยอมรับขององค์การอนามัยโลก เน้นการป้องกันและดูแลรักษาผู้ป่วยวัณโรคในเรือนจำในระดับพื้นที่ สามารถยุติวัณโรคในเรือนจำได้อย่างยั่งยืน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวอีกว่า ในแต่ละปีพบผู้ป่วยวัณโรคในเรือนจำ ปีละประมาณ 1,500 ราย สำหรับในปีงบประมาณ 2560 ทางกระทรวงสาธารณสุขโดยกรมควบคุมโรค ร่วมกับกระทรวงยุติธรรมโดยกรมราชทัณฑ์ ได้ร่วมมือกันเร่งรัดค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในเรือนจำจำนวน 143 แห่งทั่วประเทศ โดยจัด บริการคัดกรองด้วยการถ่ายภาพรังสีทรวงอก เพื่อค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในผู้ต้องขัง ทั้งหมด 282,816 ราย พบผลรังสีผิดปกติและส่งเสมหะตรวจในห้องปฏิบัติการชั้น สูตร 24,436 ราย พบผู้ป่วยวัณโรค 1,934 รายตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 ถึงเดือนมิถุนายน 2560 พบผู้ป่วยวัณโรค 1,434 ราย แต่จากการเร่งรัดดำเนินการในเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม เพียง 2 เดือน ผู้ป่วยวัณโรคเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 1,934 รายพบผู้ป่วยวัณโรคในปี 2560 จำนวน 3,368 ราย จะเห็นว่าสามารถนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาได้มากขึ้นกว่าเท่าตัว เมื่อเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมา และคาดว่าถึงสิ้นปี พ.ศ. 2560 อาจพบผู้ป่วยวัณโรคสูงถึง 5,000 ราย ซึ่งหมายถึงการนำผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษา เพื่อตัดวงจรแพร่เชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพถือเป็นความสำเร็จที่เป็นรูปประธรรม ซึ่งปกติแล้วจำต้อง171 ต่อ 1 แสนคน แต่ที่เรือนจำกลางสมุทรปราการ มีผู้ต้องขังทั้งหมด 6 พันคนและตรวจพบกว่า 300 คนแล้ว มากกว่าที่ควรจะเป็น จึงจำเป็นต้องวางมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อวัณโรคหรือตัดวงจรการแพร่กระจายของเชื้อโรค คือหากพบคนที่เป็นอยู่ให้รักษาทันที หรืออาจจะแยกออกมา เพื่อป้องกันไม่ให้ไปแพร่เชื้อให้คนอื่น ซึ่งได้มีการพูดคุยกันแล้วว่าผู้ที่เข้าใหม่ต้องผ่านขบวนการคัดกรอง ว่ามีเชื้อวัณโรคติดมาจากด้านนอกหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ คือต้องไม่มาติดข้างใน และคนที่เป็นอยู่ข้างในต้องรักษาให้หายขาด เพื่อเป็นการตัดวงจรการแพร่ระบาดของเชื้อวัณโรค เพื่อเป็นการคืนคนสุภาพดีสู่สังคม
ภาพ/ข่าว สุรศักดิ์ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สมุทรปราการ
