- 17 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า นายกรณ์ จันทร์พุ่ม กำนัน ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง นายบุญชอบ ทองโอ ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ได้นำผู้สื่อข่าวพร้อมด้วย พ.ต.ท.นรา ฉิมแสง สวป.สภ.ย่านตาขาว นายเสรี สุขรัตน์ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด นายสง นุ่นรัตน์ ปธ.องค์กรชุมชนบ้านลำพิกุล รวมทั้ง ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง และชาวบ้านจำนวนหนึ่ง
เดินเท้าท่ามกลางสายฝนไปตรวจสอบพื้นที่ป่าไม้ หลังจากรับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีการลักลอบตัดไม้หลุมพอขนาด 2 คนโอบ จำนวน 1 ต้น บริเวณป่าต้นน้ำ ภายในป่าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ในพื้นที่ ม.4 ต.นาชุมเห็ด ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าน้ำตกสายรุ้ง เพียงแค่ 400 เมตรเท่านั้น ใช้เวลาในการเดินทางขึ้นภูเขาประมาณกว่า 15 นาที ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก พบมีต้นหลุมพอ ขนาด 2 คนโอบ อายุกว่า 140-150 ปี เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 100 ซม. ถูกตัดโค่นลงมา เหลือแต่ตอ และมีไม้หลุมพอมีการตัดแล้วจำนวนกว่า 10 ท่อน ยังไม่มีการแปรรูปอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งจากการสังเกตคาดว่าน่าจะถูกตัดมาแล้วประมาณเกือบ 1 เดือน
จากการสอบถาม นายกรณ์ จันทร์พุ่ม กำนัน ต.นาชุมเห็ด กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเองได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่า ไม้หลุมพอบนเทือกเขาบรรทัดต้นดังกล่าวนั้น ได้มีกลุ่มคนลักลอบตัดโค่นไป 1 ต้น ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดจำนวน 2 ต้น บนผืนป่าต้นน้ำแห่งนี้ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับ นายศิริพล พิพัฒน์รัตนเสรี นายอำเภอย่านตาขาว ปรากฏว่าพบจริง ซึ่งต่อมาได้ทราบว่า ทาง จนท.ป่าไม้ฯเข้าไปพบ และได้ทำการตรวจยึดไม้จำนวนหนึ่งไปเก็บไว้แล้ว แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ได้หายไป ซึ่งเวลาผ่านมาเกือบ 1 เดือนแล้ว แต่ทำไมถึงไม่แจ้งรายงานมายังฝ่ายปกครองในพื้นที่ทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
โดยทางเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่ามาแจ้งภายหลังว่าการลักลอบตัดไม้ดังกล่าวนี้ชาวบ้านในพื้นที่เป็นคนทำ ทำให้ตนติดใจว่าทำไมถึงโยนบาปใส่ชาวบ้านเลย ชาวบ้านจะเข้าไปตัดได้ยังไง เพราะอยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยเพียงแค่ 400 เมตร และเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุอยู่อย่างไร ถึงไม่ทราบเลยว่ามีการตัดไม้ ซึ่งในการตัดแล้วแปรรูปต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะเสร็จ รวมทั้งเสียงเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ต้องได้ยินอย่างแน่นอน และมีถนนทางออกทางเดียวที่จะเป็นทางที่ใช้สำหรับการลำเลียงไม้ขนาดใหญ่ออกไป โดยจะต้องผ่านบนถนนหน้าที่ทำการพิทักษ์ป่าน้ำตกสายรุ้ง ทำให้ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่มีเอี่ยวในเรื่องนี้แน่นอน โดยหลังจากนี้จะทำการติดตามว่าได้การดำเนินการตามกฎหมายคืบหน้าถึงไหนแล้ว
ด้าน นายสง นุ่นรัตน์ อายุ 63 ปี ปธ.องค์กรชุมชนบ้านลำขนุน เล่าว่า ในพื้นที่ดังกล่าวมีการรวมกลุ่มเพื่อดูแลผืนป่าแห่งนี้หลายกลุ่ม รวมทั้งมีกฎกติกา ข้อระเบียบไว้อย่างชัดเจน และที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาก่อน เมื่อตนได้เห็นไม้ที่โดนตัดออกไป เกิดความสลดใจอย่างมาก เนื่องจากต้นหลุมพอที่โดนตัดอยู่ติดกับที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่ากันใกล้เหลือเกิน แล้วทำไมเจ้าหน้าที่ฯ ถึงไม่ได้ยินเสียงเครื่องเลื้อยหรือรถที่ใช้ลำเลียงออกไปเลยหรือ และไม่ได้ดำเนินการแค่วันสองวันอีกต่างหาก ซึ่งมีการโยนบาปใส่ชาวบ้านว่าเป็นคนกระทำ ส่วนนี้ตนเองรับไม่ได้ และอย่างฝากไปยังสื่อมวลชน และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันค้นหาความจริงให้เรื่องนี้กระจ่างขึ้นมาด้วยเพื่อปกป้องผืนป่าที่มีค่าแห่งนี้อยู่คู่แผ่นดินไทยไปให้ยืนยาว.
ข่าว/ภาพ ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค ทีนิวส์ จังหวัดตรัง
