- 18 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ที่ จ.สุพรรณบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. นำคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีเดินทางโดยเฮลิค็อปเตอร์ ลงที่สนามหน้าศาลากลางจุดแรกที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อ.เมืองสุพรรณบุรี เข้ากราบนมัสการพระธรรมพุทธิมงคล ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ในโอกาสเดินทางสักการะหลวงพ่อโต และตรวจเยี่ยมการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลอง พร้อมพบปะประชาชน ที่มาต้อนรับอย่างเนืองแน่น โดยพระธรรมพุทธิมงคล ได้สนทนากับ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ถ้าเครียดให้หายใจออกทางปาก แล้วนับ1-10 นายกรัฐมนตรี ตอบแบบติดตลกว่าจะพยามทำให้ได้ แต่นับ 1-3 ก็โมโหแล้วจะทำยังไง เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์ ให้นายกรัฐมนตรีพยายามทำให้ได้ สำเร็จแน่ทุกเรื่อง พระธรรมพุทธิมงคล ยังได้มอบรูปเหมือนหลวงพ่อโต หน้าตักกว้าง 3 นิ้ว และหนังสือสวดมนต์ให้กับ นายกฯ พร้อมขอให้นายกฯ สวดมนต์อย่างน้อยก่อนนอนวันละ 1 ครั้ง แล้วความเครียดจะคลาย จะชนะภัยทั้งหลาย จากนั้นนายกและคณะได้เดินทางต่อไปยังโรงเรียนเกษตรกรชาวนาจังหวัดสุพรรณบุรี สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ พร้อมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการ ข้าวนาแปลงใหญ่ ศูนย์เรียนรู้เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร โดยมีนายประภัตร โพธสุธน ประยุทธ์ อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อม อดีต สส.พรรคชาติไทยพัฒนาให้การต้อนรับ
โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวคำว่าดีใจที่ได้มาเยี่ยมพี่น้องชาวสุพรรณบุรี และจะไปต่อที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นสองจังหวัดภาคกลางที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยง ในภาคกลางเราต้องพูดไปถึงภาคตะวันตกและตะวันออกด้วย และต่อไปต้องไปเชื่อมต่อกับภาคใต้ เรามีศักยภาพในอาเซียน จ.สุพรรณบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพื้นที่ภาคกลางเป็นศูนย์กลางของประเทศไทยอยู่ใกล้กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางธุรกิจการค้าภาคการลงทุนต่างๆ และเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ การผลิตการแปรรูป เกษตรกรรม วันนี้ดีใจที่ได้มาพบปะกับผู้นำของทุกกลุ่มทุกฝ่ายทั้งชาวไร่ชาวนา โรงเรียนชาวนา ได้ไปดูเทคโนโลยีสมัยใหม่ สถาบันวิจัยเรื่องข้าวของกรมการข้าว คือการสร้างความต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน ชาวบ้านทุกคนต่างพอใจ อยากให้ขยายไปยังต่างพื้นที่ด้วย ผมเห็นด้วยทุกประการ นี่คือสิ่งที่ผมต้องการ แสดงว่าประชาชนเริ่มคิดเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว ฉะนั้นอนาคตของประเทศจะเปลี่ยนแปลงจากประชาชนทุกคน ไม่ใช่จากผมหรือเพราะใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันต้องเปลี่ยนด้วยมือคนไทยทั้งประเทศ หนึ่งคะแนนเสียงมีความสำคัญกับการเลือกตั้ง แต่เมื่อได้คะแนนเสียงมาแล้วการรวมพลังของคนที่ได้รับเลือกเข้ามาไปขับเคลื่อนประเทศในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน ฉะนั้นวันนี้เราต้องช่วยกันลดปัญหาลงให้ได้ด้วยการทำงานร่วมกันจะช่วยลดปัญหาได้เยอะ หากว่าเราไม่ทะเลาะกัน ทุกวันนี้ที่ยังติดขัดกันอยู่เพราะความขัดแย้ง อาจจะเป็นความคิดที่อยู่กับที่ วันนี้ได้มีโอกาสพบปะนักการเมืองที่ดี ที่มีความเห็นสอดคล้องกัน ผมยินดีต้อนรับทุกท่าน ผมไม่เคยว่านักการเมืองไม่ดี หรือพรรคไหนไม่ดี ไม่ใช่ แต่ผมพูดถึงว่าอะไรดีอะไรไม่ดี แล้วใครไม่ดีก็ให้เป็นของกระบวนการยุติธรรม ถ้าใครไม่ได้อยู่ตรงนั้นก็ไม่ต้องเกี่ยวข้องอะไร
ทางด้านนายประภัตร กล่าวว่าที่นายกมาในวันนี้มีผู้คนต่างมองในหลายแง่หลายมุม ที่เราได้เปิดใจพวกเราดีใจเปิดใจรับนักการเมืองไม่ใช่เลวทุกคน เราบอกตรงๆ ว่าใครดีก็ว่าดี ผมมองว่าเลือกตั้งเร็วไม่มีประโยชน์ เพราะวันนี้ยังทะเลาะกันอยู่ ถ้ามีการเลือกตั้งก็ต้องทะเลาะกันอีก แต่จะสามารถทำอย่างไรให้เราเข้าใจกัน ประโยชน์ที่จะได้รับคือพวกเรา วันนี้นายกแบ่งงบประมาณมาช่วยชาวนา งบรถไฟแบ่งมาให้เรานิดนึง ถ้านายกทำแบบนี้เราอยู่ได้ นายกก็จะอยู่ได้อีก 8 ปี หรืออีกกี่ปีเราก็ไม่ว่า ที่นายกพูดมา 60 เปอร์เซ็นต์ถูกต้อง เวลานี้คนอยู่ได้มี 2 ประเภท 1.ข้าราชการมีเงินเดือน 2.พระบิณฑบาต ชาวนาในวันนี้ทำนาปีละสองครั้ง ก็ขอว่าอย่าเพิ่งปิดน้ำนะครับ ชาวนาเดือดร้อน เมื่อหยุดทำนาชาวนาไม่มีงานทำ เดือดร้อนถึงนายกอีก จากนั้นคณะของนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางต่อยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา การเดินทางมาพบปะประชาชนครั้งนี้มีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาและเข้มงวด โดยมีการตรวจอาวุธ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข นำเครื่องมือตรวจวัดไข้มาตรวจเข้มประชาชน และข้าราชการทุกคนที่เข้าไปต้อนรับนายกหากคนไหนมีไข้ก็จะไม่อนุญาตให้เข้าไป
ภาพข่าว/อรพิน พรมพัก ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุพรรณบุรี
