ศึกเดือด!! 2 นักข่าวสำนักดังโร่แจ้งความ ถูกนักข่าวอีกฝ่ายข่มขู่ทำร้าย หลังทำข่าวแฉความไม่โปร่งใสของเงินบริจาคช่วยคนป่วยติดเตียง (คลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่18 ก.ย.60 นายธนปกรณ์ วิศวามิตรผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทย อสมท.ประจำจังหวัดปราจีนบุรี และนายทองสุข สิงห์พิมพ์ ทีมงานข่าวผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ ประจำจังหวัดปราจีนบุรี ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.เชิตศักดิ์ พันธุ์พาณิชย์ พงส. สภ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี โดยทั้งสองแจ้งว่า   ถูกนายสายชล หนูแดงนักข่าวสำนักข่าวแห่งหนึ่ง   ได้พูดจาฝากแหล่งข่าวคนสนิทข่มขู่ต่างๆนาๆว่าให้ระวังตัวให้ดีจะถูกทำร้าย โดยเฉพาะนักข่าวช่อง 9 อสมท.ลูกพี่ใหญ่ให้ระวังตัวให้ดี และนักข่าวที่ทำข่าวขุดคุ้ยเรื่องน้องกุ้งนาง  เรื่องที่น้องกุ้งนางและ  ยายที่ได้ร้องทุกข์ว่า   ขอให้นายสายชล  ที่เก็บสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร  ของน้องกุ้งนางที่ประชาชนสงสารบริจาคหลังเป็นข่าวผ่านสื่อมวลชน   เนื่องจากเป็นเด็กกตัญญู  ดูแลแม่ป่วยติดเตียง เนื่องจากเส้นเลือดในสมองแตกตั้งแต่ปี 2557   ขอให้นำสมุดบัญชีเงินบริจาค  รวมจำนวน 1 ล้านบาทคืน    โดยพูดต่อหน้านายกสมาคมนักข่าวจังหวัดสระแก้ว  และ  พ่อค้าแม่ค้าอีกหลายคน    เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา  (15 ก.ย.)  นายทองสุข กล่าวว่า    “เหตุเกิดทางขึ้นเขาใหญ่ ต.โนนหอม อ.เมืองปราจีนบุรี   จ.ปราจีนบุรี ซึ่งในวันนั้นนายกสมาคมนักข่าวสระแก้ว ได้ให้แหล่งข่าว  มาดูรถให้เพราะรถเสียระหว่างทาง แหล่งข่าวเป็นคนสนิทของผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทย อสมท.ประจำจังหวัดปราจีนบุรี    จึงเดินทางมาเพื่อที่จะให้การช่วยเหลือ แต่ได้พบกันนายสายชลอยู่กับนายกสมาคมฯ   ก่อนแล้ว     ทันทีมาถึงเห็นว่าเป็นคนรู้จักกันจึงทักทายกันตามมารยาท 

จากนั้นนายสายชลก็ได้  พูดฝากบอกถึงนายธนปกรณ์ เป็นคนแรก  และนักข่าวในจังหวัดปราจีนบุรี  ที่ทำข่าวน้องกุ้งนาง   ช่วงวันแม่แห่งชาติที่ผ่านมา  แหล่งข่าวคนดังกล่าวยังถามนายสายชลกลับไปว่า  ทำไมพูดแบบนี้ นายสายชลกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธแค้นไม่พอใจต่ออีกว่า  "กูอยากทำอะไรให้คนรู้  คนเห็นให้ระวังตัวให้ดีแล้วกัน" แหล่งข่าวใช้เวลาพูดคุยกันกับนายกสมาคมฯ  อยู่พักหนึ่งจึงขอตัวกลับ  ไม่เข้าใจว่าทำไมนายสายชล  พูดจาในลักษณะข่มขู่คุกคามสื่อด้วยกันแบบนี้”   ผู้สื่อข่าวรายงาน   ย้อนหลังเหตุการณ์กลับไปถึง   ช่วงวันแม่   ที่ผ่านมา ในกรณีน้องกุ้งนางเด็กยอดกตัญญูที่ต้องดูแลแม่ที่ป่วยติดเตียง  ซึ่งกำลังตกอยู่ในสภาพที่ขัดสนเรื่องเงิน  ที่จะนำมาซื้อแพมเพิทให้แม่ใช้  ซึ่งมีเพียงยายคำผง ทองเล็ก   ผู้เป็นยายที่คอยดูแลแม่น้องกุ้งนาง  ที่นอนซมติดเตียง  พอมีเงินเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุมาซื้อมาใช้จ่ายในครัวเรือน  ซึ่งก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2557   มีเงินบริจาคช่วยเหลือน้องกุ้งนาง   จำนวนหนึ่งล้านบาท   แต่อยู่ในสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารซึ่งนายสายชล    เป็นคนถือสมุดเงินฝากของน้องกุ้งนางไว้   โดยระบุว่า   ต้องรอให้น้องกุ้งนางมีอายุ18 ปีก่อนค่อยคืนสมุดให้

ศึกเดือด!! 2 นักข่าวสำนักดังโร่แจ้งความ ถูกนักข่าวอีกฝ่ายข่มขู่ทำร้าย หลังทำข่าวแฉความไม่โปร่งใสของเงินบริจาคช่วยคนป่วยติดเตียง (คลิป)

ช่วงระยะเวลาดังกล่าวนางคำผงกับหลาน    ก็ได้พยายามติดต่อกับนายสายชล   เพื่อที่จะคุยเรื่องเงินฝากที่ธนาคารหนึ่งล้านบาท แต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด อ้างว่าไม่อยู่บ้าน   เดี๋ยวจะคืนให้   ก็ได้แต่รอๆ 2 ยายหลานคุยกันเสมอว่าถ้าได้เงินที่เหลือมาใช้จ่ายดูแลรักษาแม่ แม้ว่าเงินหนึ่งล้านบาทที่เก็บไว้เพื่อเป็นทุนการศึกษาจะหมดไปกับการซื้อยาและซื้อของใช้ให้แม่หมดลงไปก็ไม่เสียดายและไม่เสียใจขอให้ได้เอามารักษาแม่ และจะใช้จ่ายอย่างประหยัดที่สุดหลังจากนั้นเมื่อมีนักข่าวมาทำข่าวเรื่องยายคำผง  ที่ชราแล้ว  แต่ก็ยังรักและเฝ้าดูแลลูกสาว  ที่ป่วยติดเตียง     ยายคำผง และ  น้องกุ้งนาง    จึงร้องทุกข์ เรื่องที่นักข่าวไม่คืนบัญชีเงินฝาก   โดยที่เป็นข่าว 2 วันเสนอต่อเนื่องกัน   และจากนั้นนายสายชล หนูแดงทราบ     ได้ปรากฏตัวที่ สภ.ศรีมหาโพธิ  จ.ปราจีนบุรี   และนำสมุดเงินฝากมาคืนให้ กับ 2 ยาย-หลาน   โดยมีการประสานกันระหว่างรองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี โดยยืนยันว่าเป็นการเข้าใจผิดไปกันเองยอดเงินยังอยู่ครบ

ครั้งนั้น    สื่อทั้งส่วนกลางกับท้องถิ่น   หลายสำนัก     ได้เสนอข่าวกันตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น      ซึ่งนายสายชล หนูแดง ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลายสำนักว่าตนเองไม่มีเจตนาที่จะโกงเงินน้องกุ้งนาง  ตามที่เสนอข่าวไป     วันนี้ตนเองออกมาแสดงตัวและคืนเงินเต็มจำนวน     ดูเหมือนว่าจะจบไปแล้วแต่นายสายชลก็ได้มาพูดจาข่มขู่นักข่าวที่เสนอข่าวนี้  ถ้าจะโกรธนักข่าวที่นำเสนอข่าวนี้ทั้งหมด    ทำไมต้องมาเลือกไม่พอใจคนนั้นคนนี้  โดยนายสายชลได้พยายามบอกสังคมภายในว่าเป็นการนำเรื่องส่วนตัว   มาทำตนเสียชื่อเสียง ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวเพราะไม่ใช่เรื่องที่จะมาล้อเล่นไม่เกี่ยวกัน   ครั้งหนึ่งนายสายชล   ได้กล่าวยั่วยุไม่พอใจ   โดยพูดถามนายนายทองสุข    ตอนอยู่ที่โรงแรมทราวดีรีสอร์ท  อ.ศรีมหาโพธิ  ว่า  "ไงพี่.สนุกมากมั้ย มันไหม   สนุกมากมั้ย" ต่อหน้าเจ้าหน้าที่รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรซึ่งนายทองสุขได้ตอบกลับไปว่า"อะไรอะไรเรื่องมันจบไปแล้ว แล้วก็ให้แล้วกันไปสิทำไมมาพูดแบบนี้" นายสายชลกล่าวเสียงดังโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น   พร้อมกับกล่าวอีกว่า     "เออ.ระวังตัวให้ดีเถอะทำตัวให้ดีให้ขาวสะอาดไว้เถอะ"   นายทองสุขหันมาพูดว่า    "มีอีกเขาก็เอาอีกทำข่าวอีก"   เมื่อเข้าไปทำข่าวในห้อง นายสายชลก็เดินเบียดนายทองสุขในงาน    ซึ่งก็รู้ว่านายสายชลไม่พอใจ และต่อมานายสายชล   ก็มาพูดข่มขู่ฝากแหล่งข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา    ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้พูดแบบนั้น  ถ้าตัวเองบริสุทธิใจ   ไม่ควรที่จะเที่ยวพูดจาข่มขู่   ด่าทอคนอื่นแบบนี้  การเป็นนักข่าว   ไม่ใช่ว่าจะอยู่เหนือคนอื่นเสมอไป   ขอย้ำว่าไม่ใช่เรื่องส่วนตัว    เข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน เอาความเป็นคนเอาความจริงมาพูดกัน นายธนปกรณ์กับนายทองสุข กล่าวว่า    “พร้อมที่จะให้อภัย     แต่นายสายชลยังไม่มีท่าทางที่จะทำตัวให้นิ่งสักนิด    ถ้าไม่พอใจกันก็ต่างตนต่างอยู่   อย่ามายุ่งเกี่ยวกันทำได้ทำไป   ไม่มีใครว่า การที่นายสายชลพูดจาข่มขู่แบบนี้    จึงพากันมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน    ทุกวันนี้พวกตนก็ต่างคนต่างทำทางใครทางมันอยู่แล้วแต่ไม่เข้าใจว่านายสายชลคิดยังไงในใจ”นายธนปกรณ์กับนายทองสุข กล่าว

  ศึกเดือด!! 2 นักข่าวสำนักดังโร่แจ้งความ ถูกนักข่าวอีกฝ่ายข่มขู่ทำร้าย หลังทำข่าวแฉความไม่โปร่งใสของเงินบริจาคช่วยคนป่วยติดเตียง (คลิป)

ภาพ/ข่าว  มานิตย์    สนับบุญ / ทองสุข    สิงห์พิมพ์    ผู้สื่อข่าวภูมิภาค   สำนักข่าวทีนิวส์ จ. ปราจีนบุรี