- 19 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 18 ก.ย.60 ที่ห้องพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ร.ต.อ.ขจรศักดิ์ แรงรอบ ร้อยเวร/พนักงานสอบสอนเจ้าของคดี ได้เชิญเพื่อนผู้เสียหาย ซึ่งเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง และ สองสามีภรรยา พลเมืองดีแจ้งเหตุ 1669 แพทย์ พยาบาล หน่วยกู้ชีพนเรนทร อาสาสมัครหน่วยกู้ชีพสลักได สมาคมกู้ชีพสุรินทร์ และไทยมุ่ง จำนวนกว่า 20 คน เพื่อให้ปากคำ กรณี เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 18 ก.ย.60 สองสามีพลเมืองดี ได้ขับรถยนต์ผ่านที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่บริเวณ ถนนเลี่ยงเมือง แกใหญ่-เทพธานี ด้านหน้าไอคิวคอนกรีต ต.แสลงพันธ์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ พบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีม่วง- ดำ หมายเลขทะเบียน ขยธ 594 สุรินทร์ ล้มอยู่กลางถนน จึงโทรศัพท์แจ้ง 1669 ศูนย์กู้ชีพนเรนทร ก่อนขับรถไปที่ห้างโรบินสันสุรินทร์ โดยไม่ได้จอดลงดูผู้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อ ศูนย์กู้ชีพนเรนทร 1669 ได้รับแจ้งเหตุ ได้วิทยุประสาน หน่วยกู้ภัยสลักได รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหญิงสาว(ไม่ทราบ ชื่อ-สกุล)ส่วมชุดพนักงาน ร้านสะดวกซื้อ ล้มมีอาการบาดเจ็บสาหัส จึงวิทยุขอสนับสนุน เนื่องจากอุปกรณ์ช่วยชีวิตไม่เพียงพอ รถหน่วยกู้ชีพนเรนทร พร้อมแพทย์และพยาบาท รวมทั้ง อาสาสมัครสามคมวีอาร์กู้ชีพ รุดที่เกิดเหตุ ทำการปฐมพยาบาล จนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส พลิกคืนชีพ ก่อนเร่งนำส่งโรงพยาบาลสุรินทร์ จนอาการปลอดภัยในเวลาต่อมา
ต่อมา สองสามีภรรยาพลเมืองดี แพทย์ พยาบาล หน่วยกู้ชีพนเรนทร อาสาสมัครหน่วยกู้ชีพสลักได สมาคมกู้ชีพสุรินทร์ และไทยมุง กว่า 20 คน ถูกเรียกสอบเข้ม เพื่อเค้นหามือมืด ที่ พนักงานร้านสะดวกซื้ออ้างว่า ฉกเงินไป ขณะเกิดอุบัติเหตุ มูลค่า 840,000 บาท ขณะนำฝากเข้าธนาคาร ที่ห้างโรบินสันสุรินทร์ เหลือเงินสดเพียง 140,000 บาท ในถุงผ้าที่ห่อมาเท่านั้น ขณะที่ สองสามีภรรยาพลเมืองดี แพทย์ พยาบาล หน่วยกู้ชีพนเรนทร อาสาสมัครหน่วยกู้ชีพสลักได สมาคมกู้ชีพสุรินทร์ และไทยมุง กว่า 20 คน พากัน งงเป็นไก่ตาแตก ต่างพากันออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจและขอให้พนักงานสอบสอนลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลังฐาน ขณะที่โซเซียลมีเดีย กระหน่ำแชร์ แล้วใครจะกล้าทำดี? นายบุญมี –นางสุเทียน เติมดี สองสามีภรรยา พลเมืองดี กล่าวว่า ตนเดินทางมาจากบ้านพอผ่านที่เกิดเหตุ มีคนโบกให้จอดแจ้งว่า มีรถชน เพื่อให้โทรศัพท์แจ้ง 1669 จู่ๆหลังถูกตรวจเรียกสอบปากคำว่าเงินหาย ก็เลยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เพราะเราก็ไม่รู้ พอรถหน่วยกู้ภัยมาถึง ตนก็ไม่ได้อยู่ดู เพราะรีบมากด ATM ที่ห้างโรบินสันสุรินทร์
อาสาสมัครสมาคมวีอาร์กู้ชีพสุรินทร์ กล่าวว่า ตนเห็นพนักงานสาวร้านสะดวกซื้อ กอดถุงผ้าไว้ที่บริเวณหน้าอก จนมาถึงโรงพยาบาลสุรินทร์ พอเพื่อเขามาก็เอากระเป๋าออกมา แล้วมาคุยกับตนเอง บริเวณโต๊ะหน้าห้องฉุกเฉิน ตนก็เลยถามว่า นับเงินหรือยัง เขาก็เลยนับดู ในขณะนั้นก็มีเจ้าหน้าที่พยาบาล 2 คน ยืนช่วยดูเป็นพยาน พอเขาเปิดกระเป่าและอ้าให้ดูพบว่า มีเงินแค่ปึกเดียว เป็นเพื่อนของผู้ได้รับบาดเจ็บ อ้างมาเป็นพนักงานร้าน เซ-เว่น ตนยืนยันในที่เกิดเหตุ เห็น กระเป๋าผ้าตกข้างผู้ได้รับบาดเจ็บ ในกระเป๋าเงินแค่ปึกเดียว และพอนำขึ้นรถกู้ชีพก็พบว่า มีเงินแค่ปึกเดียว เท่านั้น
ด้าน อาสาสมัครหน่วยกู้ชีพสลักได กล่าวว่า หน่วยกู้ชีพสลักไดได้รับแจ้งจากศูนย์นเรนทร ว่ามี้เหตุจักรยานยนต์ล้มเอง บริเวณทางโค้งตรงข้ามกับไอคิวคอนกรีต ถนนเลี่ยงเมือง บ้านแกใหญ่-สี่แยกเทพธานี หน่วยกู้ชีพสลักได ออกไปก่อนก็เจอพี่อาสาสมัครสมาคมวีอาร์กู้ชีพสุรินทร์ กำลังประเมินคนเจ็บอยู่ ตนไปถึงคนเจ็บสลบอยู่ หลังจากนั้น ทีม EMS และหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลสุรินทร์ มาถึงก็เร่งดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนกระเป๋า ทีมกู้ชีพ และกู้ภัย ไม่ได้สนใจเพราะว่า ต้องดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บให้ปลอดภัยก่อน พอนำคนเจ็บขึ้นรถพยาบาลแล้ว ก็มอบหน้าที่ให้พี่พยาบาล พี่เขาก็เจอกระเป๋าผ้า สีขาว ห้อยอยู่บริเวณคอรถจักรยานยนต์ จึงหยิบออกเพื่อทำการขยับรถ ก่อนเปิดดูเงินที่อยู่มรกระเป๋า ก่อนรีบนำส่งมอบให้พี่พยาบาล EMS ซึ่งไม่ได้นับดูว่า มีจำนวนเท่าไหร่ แต่เห็นประมาณปึกหนึ่ง ตอนนั้นคนไข้มีสติแล้ว กอดกระเป๋าเงินไว้ที่อกตลอดเวลา จนถึงโรงพยาบาลสุรินทร์ นายอาทิตย์ โชติช่วง เจ้าหน้าที่พยาบาล ศูนย์นเรนทร โรงพยาบาลสุรินทร์ กล่าวว่า ทีมกู้ชีพศูนย์นเรนทร เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ทรัพย์สิน ของมีค่าของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เราจะไม่นับ ดูแค่ทรัพย์สินมีอะไรบ้าง เราจะมานับอีกที่ในโรงพยาบาลสุรินทร์เท่านั้น ถุงเงินเมื่อคนไข้รู้สึกตัว ตนก็ได้มอบให้คนไข้ถือไว้เอง ซึ่งคนไข้เองกผ้กอดกระเป๋าเงินไว้จนมาถึงโรงพยาบาล จนพบมีเพื่อของเขามาเอาอีกทีหนึ่ง ตั้งแต่ตนทำงานมา เคยเจอผู้ประสบอุบัติเหตุ มีเงินเยอะๆ เขาก็ไม่มีปัญหาอะไร
ภาพ/ข่าว ธนินท์ท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
