- 20 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 20 ก.ย. 60 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากชาวบ้านโนนโพธิ์ หมู่ที่ 9 ต.ไพรขลา อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ว่า ถนนทางเข้าหมู่บ้านระยะทางประมาณ 400 เมตร ซึ่งชาวบ้านกว่า 50 หลังคาเรือน ใช้เป็นเส้นทางสัญจรเข้าออกหมู่บ้านเป็นประจำ มีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อเหมือนกับปลักควายมากมายตลอดเส้นทาง จนแทบจะใช้สัญจรไม่ได้ ซึ่งทาง อบต.ก็ไม่สามารถมาซ่อมถนนให้ใหม่ได้ เนื่องจากยังมีกรณีพิพาทฟ้องร้องกันกับชาวบ้านจำนวน 4 ราย ที่ถนนได้ตัดผ่านรุกล้ำเข้าไปยังที่ดินของตน ซึ่งในปัจจุบันก็ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ ทำให้ชาวบ้านกว่า 50 หลังคาเรือน ต้องได้รับความเดือดร้อนกับสภาพถนนดังกล่าวนี้มานานจนสุดจะทน
ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังหมู่ที่ 9 บ้านโนนโพธิ์ ต.ไพรขลา ตามที่ได้รับการร้องทุกข์มา ก็ได้พบว่าถนนตั้งแต่ปากทางเข้าหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งเป็นเส้นทางหลัก มีระยะทางเพียง 400 เมตร เมื่อมีฝนตกลงมา จะมีสภาพเป็นดินโคลนเหนียว จนไม่สามารถใช้สัญจรผ่านไปได้ แม้แต่จะเดินยังต้องถอดรองเท้าเดินกัน เพราะไม่อย่างนั้นก็จะลื่นล้มได้ ซึ่งรถยนต์ที่ผ่านเส้นทางนี้จะลื่นจนตกถนนแทบทุกราย จนชาวบ้านต้องพากันเลี่ยงไปใช้อีกเส้นทางซึ่งยังพอใช้สัญจรได้ แต่ต้องอ้อมไปไกลเกือบ 3 กม. และยังต้องผ่านเข้าไปในป่าเปลี่ยวอีก ทำให้ผู้ปกครองต้องออกไปรับส่งบุตรหลานไปโรงเรียนด้วยตนเอง เนื่องจากเกรงอันตรายจากเส้นทางดังกล่าวนี้
นายสุธี อินทอง อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ที่ 9 บ้านโนนโพธิ์ ก็ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เดิมทีถนนเส้นนี้ได้มีการพัฒนาไปแล้ว 1 ครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2559 แต่เนื่องจากถนนมีขนาดความกว้างเพียง 4 เมตร ทำให้รถยนต์วิ่งสวนกันลำบาก ต่อมาทาง อบต.จึงได้ทำการสำรวจเพื่อที่จะทำการขยายถนนเพิ่ม แต่กลับพบว่ามีชาวบ้านจำนวน 4 รายซึ่งมีที่ดินอยู่ติดกับถนนไม่ยินยอม และได้ให้เจ้าพนักงานที่ดินมาสำรวจรังวัดหลักเขตใหม่ ซึ่งปรากฏว่าที่ดินของชาวบ้านทั้ง 4 ราย ถนนได้ตัดผ่านเข้าไปในที่ดินของตัวตน โดยบางรายมีหลักเขตที่ดินอยู่กลางถนน ทำให้เจ้าของที่ทั้ง 4 ราย ต่างไม่ยินยอมที่จะให้มีการทำถนนใหม่บนที่ดินของตนอีก จนมีการฟ้องร้องกับทางการมานานนับปี ทำให้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านต้องพลอยได้รับความเดือดร้อนไปด้วย เนื่องจากทางราชการไม่สามารถดำเนินการซ่อมถนนให้ใหม่ได้ เพราะยังมีข้อพิพาทกับเจ้าของที่ทั้ง 4 รายอยู่ ซึ่งก็เป็นที่น่าแปลกใจเพราะว่าถนนมีมาตั้งแต่ปี 2518 แต่โฉนดมาออกตอนปี 2543 จึงอยากจะให้ผู้ว่าฯได้ลงมาช่วยแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านด้วย เพราะถ้าไม่มีถนนเส้นนี้ใช้สัญจร ชาวบ้านกว่า 50 หลังคาเรือนคงต้องเดือดร้อนแน่ เพราะเส้นทางเลี่ยงที่ใช้กันอยู่ก็จะพังหมดแล้วเช่นกัน
ด้านนายสรรพสิทธิ์ จันทร์ทอง ผู้อำนวยการกองช่าง องค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลา ก็ได้เปิดเผยว่า ถนนเส้นนี้ทางอบต.ได้ตั้งงบประมาณที่จะซ่อมแซมเอาไว้แล้วตั้งแต่ปี 2559 แต่ติดที่เรื่องพิพาทที่ดินยังไม่จบ จึงยังไม่สามารถทำการซ่อมแซมถนนให้ได้ ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆก็ได้พยายามเจรจาแล้ว แต่เจ้าของที่ไม่ยินยอม จึงทำให้ไม่สามารถที่จะดำเนินการใดๆได้ จนกว่าเรื่องพิพาทจะยุติก่อน ซึ่งในขณะนี้ทาง อบต.ก็ได้เตรียมจัดตั้งงบประมาณมาซ่อมแซมถนนที่ชาวบ้านใช้เป็นทางเลี่ยงแล้ว เพื่อที่จะได้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน จนกว่าเรื่องพิพาทจะได้ข้อยุติ จึงจะมาทำการซ่อมถนนสายหลักให้ใช้ต่อไป
ภาพ / ข่าว สุทิศ บุญยืน
เรียบเรียงโดย / ชูชัย ดำรงสันติสุข ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
