- 20 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
พลโทวิจักข์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้เป็นประธานเปิดงานวันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำคูคลองแห่งชาติ ซึ่งจัดขึ้นโดย นายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ร่วมกับ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และ นายสุทธิพล เอี่ยมประเสริฐกุล ผอ.สนง.ทรัพยากรน้ำภาค9 , นายเทพพงษ์ ตรีเนตร ผอ.สนง.ชลประทานที่ 3 จ.พิษณุโลก , พลตรีสุพจน์ บูรณจารี ผบ.มทบ.36 , พ.อ.วีรวัฒน์ วิวัฒน์วานิช รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาชน โดยจัดขึ้นที่วัดโพธิ์ประทับช้าง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร วัตถุประสงค์ก็เพื่อปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนหันมาให้ความสำคัญกับแม่น้ำ คูคลอง เพราะน้ำคือต้นทุนของปัจจัยการผลิตพืชผลทางการเกษตร
โดย พลโทวิจักข์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้กล่าวในพิธีเปิดว่า จังหวัดพิจิตร นับได้ว่าโชคดีที่มีแม่น้ำถึง 3 สาย นั่นคือ แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน และแม่น้ำพิจิตรเก่า ที่มีระยะทาง 127 กิโลเมตร แต่ที่ผ่านมาถูกลืมปล่อยทิ้งจนตื้นเขิน ซึ่งนับต่อจากนี้กองทัพภาคที่ 3 จะได้ร่วมกับทุกภาคส่วนจะกลับมาฟื้นฟูธรรมชาติให้แม่น้ำพิจิตรเก่านี้กลับมามีชีวิตอีกครั้งให้ต้นน้ำซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำน่านปลายน้ำอยู่ติดกับแม่น้ำยมโดยจะทำให้แม่น้ำทั้ง 3 สายนี้ เชื่อมต่อกันเพื่อให้ระบายน้ำไปยังพื้นที่เกษตรกรให้จงได้ นอกจากนี้ยังได้เสนอแนวคิดในเชิงการท่องเที่ยว ว่า ควรทำให้แม่น้ำพิจิตรเก่าสามารถเป็นเส้นทางเดินเรือท่องเที่ยวระยะทาง10-20กิโลเมตร เพื่อเป็นการท่องเที่ยวในเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติ โดยกองทัพภาคที่ 3 พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาดังกล่าว
เช่นเดียวกับ นายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า แม่น้ำพิจิตรเก่ามีความสำคัญ ดังนั้นในวันนี้กรมทรัพยากรน้ำจึงเลือกมาจัดงาน วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำคูคลองแห่งชาติ ที่ริมแม่น้ำพิจิตรเก่าแห่งนี้ จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำ ว่า จะต้องทำให้แม่น้ำพิจิตรเก่า 127 กิโลเมตรไหลเชื่อมต่อกับคูคลองต่างๆให้จงได้ ส่วนภาพโดยรวมระดับประเทศนั้นยืนยันว่าปริมาณน้ำในเขื่อนขณะนี้มีมากพอที่จะใช้ทำการเกษตรหรือเพาะปลูกตามฤดูกาล อีกทั้งเชื่อมั่นว่าปริมาณน้ำฝนสะสมในปีนี้มีมากใกล้เคียงกับปี 2554 ที่เคยเกิดน้ำท่วมใหญ่ แต่ปี 2560 นี้ จากการดูสถิติและข้อมูลเชื่อมั่นว่าจะไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนอย่างในอดีต เนื่องจากทุกฝ่ายมีประสบการณ์ในการแก้ปัญหา แต่ที่เกิดน้ำท่วมในบางจังหวัด อย่างเช่น จ.ชัยภูมิ จ.สกลนคร ก็สามารถระบายน้ำให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นโดยสรุปในปีนี้มั่นใจจะไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนอย่างปี 2554 รวมถึง น้ำในเขื่อนก็มีเพียงพอเพื่อการเกษตรและการเพาะปลูกตามฤดูกาลอย่างแน่นอน
ภาพ/ข่าว สิทธิพจน์ เกบุ้ย ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.พิจิตร
