- 21 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ส่วนที่ จ. สระบุรี ผุ้สื่อข่าวทราบว่าที่บ้านนาย แสวง จิตต์จันทึก อายุ 65ปี ชายพิการขาขาด สองข้าง พร้อมภรรยาคุ่ใจและเพื่อนบ้าน ซึ่งอาศัยอยุ่บ้านท้องถิ่นไทยเทิดไท้อาราชัน 84พรรษา หมุ่ที่ 9 ต.ทับกวาง อ. แก่งคอย จ. สระบุรี ได้ร่วมกัน นั่งทำดอกไม้จันเพื่อนำไปถวายใช้ในงานพระเพลิงศพพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ผุ้สื่อข่าวจึงได้เดินทางมาที่บ้านดังกล่าว ซึ่งตั้งอยุ่เลขที่ 9849 ม. 9 โดยพบ นาย แสวง จิตต์จันทึก อายุ 65ปี ชายพิการขาขาด 2 ข้าง พร้อมด้วยนาง เพ็ญศรี จิตรจันทึก อายุ 58ปีภรรยา และ ยาย สา ศรีอุดร อายุ 80ปี เพื่อนบ้าน ได้กำลังนั่งทำดอกไม้จัน หรือดอกดารารัตน์กันออย่างใจจดใจจ่อ โดยที่ทั่งสามคนนั่ง กันล้อมวงโต๊ะซึ่งตรงกลางมีอุปกรณ์กระดาษย่น กล่องกาว เทียน และรูป ด้าย กรรไกร วางบนโต๊ะ โดยทั้ง 3คน ต่างช่วยกันทำอย่างใจมุ่งหวังที่จะทำให้ได้ดังดวงใจ ผู้สื่อข่าวยังได้พบกับดอกไม้จันที่ ทั้งสามคนทำเสร็จไปบางส่วน ร่วม 200 ดอก ซึ่งวางอยุ่ใช้รูปพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุ่หัวรัชกาลที่ 9
ส่วนด้าน นาย แสวง วัย 65ปี เปิดเผยกับผุ้สื่อข่าวว่า ตนเองได้ร่วมกับครอบครัว และเพื่อบ้าน รวม 3คน ได้มีจิตรที่จะร่วมทำดอกไม้จันหรือดอกดารารัตน์ เพื่อนำไปร่วมกับราชการเพื่อใช้ในงานพระเพลิงศพที่จะถึงนี้ โดยตอนนี้หลังจากทำไปบ้างหยุดไปบ้าง ตามเวลาที่ว่าง ซึ่งทำมาร่วม 2 เดือน ทำได้ประมาณ 200 ดอก แล้ว ส่วนเงินที่เอามาซื้อ ตนเองใช้เงินเบี้ยยังชีพผุ้สูงอายุ 600บาท และ เบี้ยคนพิการ 800บาท เพื่อนำมาซื้ออุปกรณ์ในครั้งนี้ โดยดอกไม้จันตนจะทำไปจนใกล้วันจะครบกำหนด พร้อมที่จะนำไปสมทบให้กับทางเทศบาลทับกวาง อ. แก่งคอย จ. สระบุรี เพื่อนำไปใช้ในพิธีต่อไป
นาย แสวง เผยกับผู้สื่อข่าวต่อว่า สมัยตอนเป็นหนุ่มชีวิตตนแองนั้นวัย 15 ปี ได้เดินทางไปฝึกทำงานที่ สถานีรถไฟ จ.หนองคาย จากนั้นในระหว่างทำงานวิถีกรรมในชีวิตตนขณะทำงานเกิดพลาดได้ตกจากรถไฟขณะวิ่งแล้วถูกรถไฟทับขาขาดสองข้าง จนกระทั่งในที่สุดเมื่อรักษาตัวเสร็จก็ได้เดินทางกลับมาอยุ่ที่บ้าน ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ทำให้สภาพการเป็นอยุ่ไม่ดีและยากจน จนกระทั่งมาเข้าอยุ่ในโคลงการของพ่อหลวงในท้องถิ่นไทยเทิดไท้องค์ราชัน จนทุกวันนี้ ในส่วนการร่วมจิตอาสาทำดอกไม้จันนั้นตนให้ภรรยาไปฝึกกับทางเทศบาลมา และนำมาประดิษฐเอง ซึ่งตนถือว่าในครั้งนี้เป็นการส่งจิตรใจด้วยใจรักทำดีเพื่อพ่อหลวง ที่ทรงให้ครอบครัวตนมาทุกวันนี้ สุดท้ายตนก็คงไม่มีอะไรพูด นอกจากว่า ในชีวิตนี้ผมจะขอทำดีจนชีวิตตนจะหาไม่ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันเป็นล้นพ้น หาที่สุดมิได้ เพื่อตอบแทนคุณพ่อหลวงรัชกาลที่ 9
ภาพ/ข่าว บังอร ศรีชมเตรียม ผุ้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิสว์ จังหวัด สระบุรี
