- 21 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 21 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะเดินทางมาประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตรวจดูสภาพป่าชายหาดทะเลผืนสุดท้ายของจังหวัดระยอง ที่สวนพฤกษศาสตร์บ้านเพ ตำบลบ้านเพ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง เพื่อติดตามการดำเนินโครงการป่าในเมือง “สวนป่าประชารัฐ เพื่อความสุขของคนไทย” ตามนโยบายของรัฐบาล
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า โครงการป่าในเมือง สวนป่าประชารัฐ เป็นโครงการการดำเนินงานในพื้นที่ที่ยังมีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เมืองหรือชุมชน โดยร่วมกับท้องถิ่นดำเนินการในลักษณะของป่าในเมือง ให้ประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ตามความเหมาะสมและเข้ามาดูแล พัฒนา โดยไม่มีการบุกรุกหรือใช้ประโยชน์เพื่อการค้าแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งภายใต้การพัฒนาให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งพื้นที่ เช่น สวนพฤกษศาสตร์ สวนรุกชาติ วนอุทยาน เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่า และศูนย์คุ้มครองพันธุ์พืชและป่า เป็นต้น ปัจจุบันพื้นที่ที่สามารถดำเนินการป่าเป็นในเมืองหรือป่าชุมชนทั่วประเทศมีทั้งหมด 89 แห่ง โดยสวนพฤกษศาสตร์บ้านเพแห่งนี้ เป็นพื้นที่พร้อมที่จะดำเนินการเนื่องจากอยู่ใกล้ชุมชนและยังมีความอุดมสมบูรณ์ โดยป่าสวนพฤกษศาสตร์บ้านเพมีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 625 ไร่ เป็นป่าชายหาดที่มีความอุดมสมบูรณ์ จึงร่วมวางแผนงานกับจังหวัดระยอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง จัดสรรงบประมาณจำนวน 91 ล้านบาท มาพัฒนา ซึ่งจะเป็นป่าประชารัฐทีเป็นปอดแห่งใหม่ของชาวระยองที่เพียบพร้อมด้วยเส้นทางจักรยาน เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทางเดินชมวิวยอดไม้ที่จะเห็นวิวธรรมชาติป่าไม้และท้องทะเล สวนสมุนไพร เพื่อให้ชาวระยอง นักเรียน นักศึกษาเข้ามาเรียนรู้และศึกษาธรรมชาติ โดยไม่มีการทำลายทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เดิม เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นปอดแห่งใหม่ของจังหวัดระยอง
ในโอกาสนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังได้เดินทางไปเปิดศูนย์ควบคุมมลพิษระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ตั้งอยู่ในศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง พร้อมเยี่ยมชมปล่อยขบวนรถตรวจตรวจมลพิษ นิทรรศการด้านความปลดภัย และการสาธิตช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุภัยจากสารเคมีรั่วไหลด้วย ทั้งนี้ศูนย์ควบคุมมลพิษระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ที่จัดตั้งขึ้น เพื่อรองรับการดำเนินงานด้านลดและป้องกันมลพิษ สิ่งแวดล้อมการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเหตุฉุกเฉินอุบัติภัยจากสารเคมีจากโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งปัญหาเรื่องร้องเรียนด้านมลพิษสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจทั้ง 3 จังหวัดคือ จังหวัดชลบุรีฉะเชิงเทราและระยอง นอกจากนี้ศูนย์แห่งนี้ในอนาคต ยังมีแผนงานในการพัฒนาเป็นศูนย์การฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการโต้ตอบเหตุฉุกเฉินและอุบัติภัยจากสารเคมี ตลอดจนการวางแผนกำหนดมาตรการด้านการป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงทีโดยเน้นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้องของภาครัฐในพื้นที่โครงการ EEC รวมไปถึงผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่อีกด้วย
ภาพ/ข่าว อัจฉรา วิเศษศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ระยอง
