- 22 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
(22 ก.ย.)ที่ลานตะเคียน สนามหกน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสถานที่จัดกิจกรรม “นิทรรศการหุ่นเปรต-ลานตะเกียงเคียงดิน” เนื่องในเทศกาลบุญสารทเดือนสิบ จังหวัดนครศรีธรรมราช "ต่าย" พันธ์ทิพา วงศ์ชูเวช แชมป์โลกเปตอง นักกีฬาทีมชาติไทย ได้เดินทางกลับมาบ้านเกิดที่ ต.ช้างซ้าย อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช เพื่อร่วมทำบุญเดือนสิบ พร้อมพ่อและแม่ได้เดินทางมาเที่ยวชมงาน“นิทรรศการหุ่นเปรต-ลานตะเกียงเคียงดิน” และถือโอกาสเข้าพบกับนายไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวอาวุโส อุปนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นประธานจัดกิจกรรม“นิทรรศการหุ่นเปรต-ลานตะเกียงเคียงดิน” โดยได้ร่วมหารือเกี่ยวกับการฟื้นฟูด้านการกีฬาของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ในปัจจุบันประสบกับปัญหามากมาย จนนักกีฬาเกือบทุกประเภททยอยลาออกจากการเป็นนักกีฬาสังกัดจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปเป็นนักกีฬาให้กับจังหวัดอื่น ๆ หลายจังหวัด
"ต่าย" พันธ์ทิพา วงศ์ชูเวช กล่าวว่า เท่าที่ติดตามข่าวทราบว่าสถานการณ์ในวงการกีฬาของจังหวัดนครศรีธรรมราชกำลังประสบปัญหาอย่างหนัก จนนักกีฬาหลายประเภทที่เคยเป็นตัวแทนทีมนครศรีธรรมราช เข้าร่วมแข่งขันกีฬาแห่งชาติ เยาวชนแห่งชาติ และอื่น ๆ ในนามจังหวัดนครศรีธรรมราช และมีผลงานชนะเลิศคว้าเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดเป็นอย่างมาก แต่ทางผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชกลับไม่เห็นคุณค่า ไม่ได้ให้ความสำคัญกับนักกีฬาแม้แต่น้อย แม้แต่เงินอัดฉีดหรือรางวัลที่ประกาศจะมอบให้นักกีฬาที่ค้าเหรียญรางวัลการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ และกีฬาแห่งชาติครั้งล่าสุดยังไม่ได้รับและมีแนวโน้มว่าทางสมาคมกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราชอาจจะเบี้ยวไม่ยอมจ่ายให้นักกีฬาตามที่ประกาศก่อนการแข่งขัน ส่งผลให้นักกีฬาลูกหลานชาวนครศรีธรรมราช ไม่สามารถทนต่อไปได้ ต้องยอมลาออกไปเป็นมือปืนรับจ้างเล่นให้ในนามจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งต่อไปจะไม่เหลือนักกีฬาที่เก่ง ๆ ในนามทีมนครศรีธรรมราชอีกเลย โดยการแข่งขันกีฬาในทุกระดับจังหวัดนครศรีธรรมราชคงจะคาดหวังเหรียญรางวัลได้ยากมาก ทั้ง ๆ ที่เป็นจังหวัดใหญ่และมีนักกีฬาเก่ง ๆ ทุกประเภทเยอะที่สุดในภาคใต้
“ตนภาคภูมิใจที่เป็นนักกีฬาที่มีพื้นฐานทางครอบครัวยากจน สามารถพัฒนาฝีมือ สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดบ้านเกิด รวมให้ชาติไทยได้ ทุกวันนี้ครอบครัวดีขึ้น แม้ปัจจุบันอายุ 32 ปี แต่ยังมุ่งมั่นฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาระดับฝีมือและนักกีฬาเปตองทีมชาติมายาวนานหลายปีจนได้รับความกรุณาจากผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองได้เข้ารับราชการในกองทัพอากาศ สามารถเก็บเงินทั้งจากการแข่งขันกีฬาเปตองและเงินเดือนสร้างบ้านใหม่ให้พ่อแม่ แต่หากผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเป็นอยู่อย่างนี้ นักกีฬารุ่นน้อง ๆ ทุกประเภทคงจะไม่มีโอกาสเหมือนตน และในที่สุดวงการกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราชย่ำกว่านี้แน่อย่างแน่นอน ซึ่งตนมั่นใจว่าน้อง ๆ ทุกคน ทุกประเภทกีฬาอยากเล่นในนามทีมจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ในเมื่อผู้หลักผู้ใหญ่ไม่สนใจ ไม่ดูแลสนับสนุนเขาก็อยู่ไม่ได้ และจำใจต้องย้ายไปเล่นให้กับจังหวัดอื่น ๆ ต้องไปเป็น “มือปืนรับจ้างด้วยความจำใจ”
น้องต่าย พันธ์ทิพา วงศ์ชูเวช กล่าวอีกว่า ขนาดน้อง ๆ ทีมเปตองจากชมรมเปตองเทศบาลเมืองปากพูน ซึ่งส่าวนใหญ่เรียนอยู่ระดับมัธยมโรงเรียนโยธินบำรุง ที่คว้าแชมป์เปตองกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “สงขลาเกมส์” น้อง ๆ กลุ่มนี้มีฐานะยากจนมาก ครอบครัวอาศัยอยู่ในกระท่อมโกโรโกโสเล็ก ๆไ ไม่มีห้องน้ำห้องส้วม บางคนไม่มีบ้านเป็นของตัวเองต้องอาศัยบ้านญาติ ๆ อยู่อาศัย ได้รับแรงบันดาลใจจากตน และทุกคนมุ่งมั่นทุ่มเทสุดชีวิตพัฒนาฝีมือจนอยู่ในระดับแนวหน้าของเมืองไทย เมื่อเข้าร่วมแข่งขันได้เหรียญทองทุกคนต่างมีความหวังว่าจะได้รับเงินรางวัลหรือเงินอัดฉีดตี่สมาคมกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราชประกาศอัดฉีกก่อนการแข่งขัน แต่เมื่อไม่ได้รับรางวัลตามที่สมาคมกีฬา ฯประกาศไว้ ตนรู้สึกเห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของน้อง ๆ ทุกคน อย่างไรก็ตามถือว่าโชคดีที่ทางเทศบาลเมืองปากพูนช่วยสร้างห้องน้ำห้องส้วมให้ และตนทราบว่านายไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวอาวุโส ได้จัดกิจกรรม “16 วันสานฝันฮีโร่เมืองคอน” ขอรับเงินจากผู้ใจบุญได้เงินประมาณ 30,000 บาท มอบให้กับนักกีฬาเปตองชุดดังกล่าว นำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้แก้ปัญหารอบครัวได้ในระดับหนึ่ง
“ ตนไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หลักผู้ใหญ่จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงไม่สนใจ ที่ให้ความสำคัญกับนักกีฬาเลย ทุกจังหวัดเมื่อนักกีฬาที่เป็นคนในจังหวัดไปเข้าร่วมแข่งขันทั้งในนามตัวแทนทีมชาติไทย หรือตัวแทนจังหวัดเมื่อได้รับเหรียญรางวัลและกลับมาบ้านผู้หลักผู้ใหญ่เขาจะนำประชาชนแห่ไปต้อนรับบางจังหวัดถึงขั้นแห่รอบเมือง จัดงานเลี้ยงฉลองเชิดชูเกียรติอย่างยิ่งใหญ่ ทำให้นักกีฬามีกำลังใจ ภาคภูมิใจ มุ่งมั่นฝึกซ้อม และส่งผลให้เด็กและเยาวชนรุ่นหลัง ๆ ได้รับแรงบันดาลใจหันมาเล่นกีฬาอย่างจริงจังกลายเป็นนักกีฬาเก่ง ๆ ทดแทนรุ่นพี่ต่อไป แต่จังหวัดนครศรีธรรมราชกลับไม่มีบรรยากาศแบบนั้นเลย โดยในช่วง 10 ปีตนเข้าร่วมแข่งขันคว้าแชมป์ทั้งระดับชาติ นานาชาติ และระดับโลกมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่เคยได้รับการต้อนรับจากผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชแม้แต่น้อย ช่วงแรก ๆ กลับมาถึงตัวเมืองก็เคยนั่งรถสองแถวหรือจักรยานยนต์กลับเข้าบ้าน หากเปรียบเทียบกับเพื่อน ๆนักกีฬาจังหวัดอื่น ๆ ก็รู้สึกน้อยใจ เสียกำลังใจบ้างเหมือนกัน จึงอยากฝากสื่อมวลชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วยสะท้อนในเรื่องนี้ให้ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้หลักผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องให้เร่งปรังปรุง พัฒนาด้านการกีฬาก่อนที่สถานการณ์จะย่ำแย่ไปมากกว่านี้” น้องต่าย กล่าว
ในขณะที่นายไพฑูรย์ อินทศิลา กล่าวว่า ในเร็ว ๆ นี้ตนจะนำเรื่องนี้เข้าพบและหารือกับนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้รับทราบถึงปัญหาและหาทางแก้ไขพร้อมให้การสนับสนุน ฟื้นฟูด้านการกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราชให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนในอดีตให้ได้.
ขอบคุณภาพ/ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช
ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวยภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
