อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล...สุดท้ายต้องขึ้นศาล!! NGO ปลุกชาวบ้านชุมนุมปิดถนน ต้านเหมืองทอง เดินคอตกขึ้นศาลโทษฐานผิด พรบ.การชุมนุม!?

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่ 22 ก.ย. 2560 ความคืบหน้าของเหมืองแร่ทองคำอัครา รีซอร์สเซส  ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ถึงแม้จะถูก ม.44 ให้ปิดกิจการมาตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2559   แต่คดีความที่เกิดขึ้นยังคงอยู่ในชั้นศาลอีกหลายคดี ซึ่งเป็นเรื่องราวฟ้องร้องกันระหว่างชาวบ้านกับเหมืองทอง , เหมืองทองกับนักวิชาการ , NGOกับเหมืองทอง , ล่าสุดมีคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตรเป็นโจทก์และมี นายแอ็ด  คงคา อาชีพรับจ้างขับรถขนสินแร่เพื่อส่งเข้าโรงงานของเหมืองทองอัครา เป็นโจทก์ร่วมฟ้องร้องที่ศาลยุติธรรมจังหวัดพิจิตรซึ่งเป็น คดีหมายเลขดำที่  อ 336/2560 , คดีหมายเลขแดงที่ อ 2017/2560 โดยมี น.ส.ธัญญารัศมิ์  สินทรธรรมทัช “ชื่อเดิม น.ส.สื่อกัญญา  ธีระชาติดำรง” เป็นจำเลยที่ 1 ในคดีพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะความผิดต่อเสรีภาพ ซึ่งเมื่อวันวานที่ผ่านมา ( 12 ก.ย.60 ) ศาลได้พิจารณาคดีตามคำฟ้องของโจทก์ ว่า เมื่อ 15 ก.ค. 59 เวลากลางวัน จำเลยที่ 1  คือ  น.ส.ธัญญารัศมิ์  สินทรธรรมทัช “ชื่อเดิม น.ส.สื่อกัญญา  ธีระชาติดำรง” เป็นผู้จัดการชุมนุมและเข้าร่วมชุมนุม โดยเชิญชวนและนัดให้จำเลยที่ 2- 27 มาร่วมการชุมนุมสาธารณะ บนทางหลวงหมายเลข 1191 สายหนองขนาก – ท้ายดง หมู่ที่ 9 ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร เพื่อเรียกร้องคัดค้านหรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่ บริษัทอัคราฯ ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำอันเป็นการชุมนุม โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงและจำเลยที่ 1 ไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะ โดยปล่อยให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมปิดกั้นทางสาธารณะ ( ชุมนุมปิดถนน ) ทำให้เกิดการขัดขวางต่อประชาชนที่จะใช้ถนนหรือทางสาธารณะ อีกทั้งผู้ร่วมชุมนุมปิดบังหรืออำพรางตน โดยใช้ผ้าและหมวกมาปิดบังใบหน้า โดยจงใจมิให้มีการระบุตัวบุคคลได้ถูกต้องอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน อีกทั้งจำเลยที่ 1- 27 ซึ่งมีตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปได้ร่วมกันกระทำการในลักษณะข่มขืนใจให้ นายแอ็ด คงคา ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นคนขับรถบรรทุกสินแร่ โดยใช้เส้นทางดังกล่าว โดยผู้ชุมนุมปิดกั้นถนนให้หยุดรถไม่ให้รถขนแร่ผ่าน จนผู้เสียหายจำใจต้องหยุดรถ อีกทั้งผู้ร่วมชุมนุมจำเลยที่ 1-27  ร่วมกันปิดล้อมรถบรรทุก ข่มขู่และใช้กำลังประทุษร้าย โดยทุบรถยนต์บรรทุกเพื่อบังคับให้ผู้เสียหายลงมาจากรถ ทำให้ นายแอ็ด  คนขับรถบรรทุก ซึ่งเป็นผู้เสียหายเกิดความวิตกหวาดกลัวกับอันตรายจากผู้ชุมนุม

อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล...สุดท้ายต้องขึ้นศาล!! NGO ปลุกชาวบ้านชุมนุมปิดถนน ต้านเหมืองทอง เดินคอตกขึ้นศาลโทษฐานผิด พรบ.การชุมนุม!?

อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล...สุดท้ายต้องขึ้นศาล!! NGO ปลุกชาวบ้านชุมนุมปิดถนน ต้านเหมืองทอง เดินคอตกขึ้นศาลโทษฐานผิด พรบ.การชุมนุม!?

 

ซึ่งผลจากการกระทำดังกล่าว ของ กลุ่มผู้ชุมนุมมีความผิดตามประมวลอาญามาตรา 309 วรรค 2 จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พรบ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 10 , 15 , 28 , 30 , 31 และจำเลยคนอื่นๆมีความผิดหลายข้อหาหลายกรรมที่ต่างกัน ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยทั้ง 27 คน เป็นชาวบ้านในชุมชนที่อ้างว่า...ได้รับผลกระทบจากากรทำเหมืองแร่ทองคำ จึงรวมตัวกันออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านแต่ก็มิได้เกิดเหตุการณ์รุมแรงหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของทางราชการ อีกทั้งโจทก์ร่วม คือ นายแอ็ด คือคนขับรถบรรทุกแร่ ซึ่งเป็นผู้เสียหายก็ไม่ติดดำเนินคดีต่อจำเลยทั้ง 27 คน  ทั้งในทางแพ่งและคดีอาญา ( จำเลยทั้งหมดให้การรับสารภาพ )พึ่งกระทำความผิดเป็นครั้งแรกและรู้สำนึกในการกระทำผิด ศาลจึงอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 จึงเห็นสมควร ( มีคำพิพากษา )ให้รอการกำหนดโทษจำเลยทั้ง 27 คนไว้ มีกำหนด 1 ปี

อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล...สุดท้ายต้องขึ้นศาล!! NGO ปลุกชาวบ้านชุมนุมปิดถนน ต้านเหมืองทอง เดินคอตกขึ้นศาลโทษฐานผิด พรบ.การชุมนุม!?

อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล...สุดท้ายต้องขึ้นศาล!! NGO ปลุกชาวบ้านชุมนุมปิดถนน ต้านเหมืองทอง เดินคอตกขึ้นศาลโทษฐานผิด พรบ.การชุมนุม!?

อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล...สุดท้ายต้องขึ้นศาล!! NGO ปลุกชาวบ้านชุมนุมปิดถนน ต้านเหมืองทอง เดินคอตกขึ้นศาลโทษฐานผิด พรบ.การชุมนุม!?

 

ผู้รู้ทางกฎหมายทานหนึ่ง ให้ความรู้เพิ่มเติม คำว่า “รอการกำหนดโทษ” ว่า หากจำเลยทั้ง 27 คนนี้ไปกระทำการใดๆที่มีความผิดอาญาตามกฎหมายไม่ว่าความผิดใดๆ ภายในกำหนด 1 ปี  และความผิดที่ไปกระทำนั้น ( คดีใหม่ ) จนต้องขึ้นศาลแล้วถูกพิพากษาลงโทษ ศาลก็สามารถที่จะหยิบยกคำพิพากษาที่เคย “รอการกำหนดโทษ” ในความผิด พรบ.การชุมนุม ครั้งนี้ กำหนดโทษและนำมาบวกเข้าด้วยกันระหว่างคดีเก่าบวกกับโทษคดีใหม่ด้วยก็ได้ ดังนั้นคำแนะนำนับต่อจากนี้บุคคลทั้ง 27 นี้ ควรต้องใช้ความระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นหรือการชุมนุมเคลื่อนไหวรวมถึงการใช้สื่อที่อาจผิดต่อ พรบ.คอมพิวเตอร์ จึงขอเตือนสติว่า อย่าใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล โดยขอให้ยึดความจริงและความถูกต้องและอยู่ภายใต้กฎหมาย ทั้งนี้เพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง และ ตัวจำเลยทั้ง 27 ท่านนี้ด้วย

อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล...สุดท้ายต้องขึ้นศาล!! NGO ปลุกชาวบ้านชุมนุมปิดถนน ต้านเหมืองทอง เดินคอตกขึ้นศาลโทษฐานผิด พรบ.การชุมนุม!?

อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล...สุดท้ายต้องขึ้นศาล!! NGO ปลุกชาวบ้านชุมนุมปิดถนน ต้านเหมืองทอง เดินคอตกขึ้นศาลโทษฐานผิด พรบ.การชุมนุม!?

อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล...สุดท้ายต้องขึ้นศาล!! NGO ปลุกชาวบ้านชุมนุมปิดถนน ต้านเหมืองทอง เดินคอตกขึ้นศาลโทษฐานผิด พรบ.การชุมนุม!?

อรรชพล  สำนักข่าวทีนิวส์