- 22 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
กรณีนายสันติสุข พรรณไวย์ หรือน้องลูกชิต อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 874 หมู่ 12 บ้านน้ำโจน ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ บุตรชายของ พ.ต.ท.ราชันย์ พรรณไวย์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมือง จ.ภูเก็ต เสียชีวิตที่ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ จากการติดเชื้อในกระแสเลือดและป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย ภายหลังญาติโทรศัพท์แจ้งหมายเลขสายด่วนฉุกเฉิน 1669 หรือ ศูนย์สั่งการ ร.พ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อแจ้งอาการป่วย แต่ได้รับตำตอบจากเจ้าหน้าที่ให้ผู้ป่วยกินยาพารา ฯไปก่อน จากนั้นญาติได้โทรไปที่ 1669 อีกครั้งเนื่องจากผู้ป่วยมีอาการช๊อค เกร็งหายใจไม่ออก กระทั่งเสียชีวิตทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
วันที่ 22 กันยายน นายอภิเชษฐ์ พรรณไวย์ อายุ 41 ปี อาชีพทนายความ อาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า หลังจากเดินทางเข้าพบนายแพทย์อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้อำนวยการ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อติดตามข้อเรียกร้องให้ 2 เจ้าหน้าที่ศูนย์สั่งการสายด่วนฉุกเฉิน 1669 เดินทางไปพุดคุยทำความเข้าใจ หลังจากฌาปนกิจศพหลานชายที่วัดวังไทรติ่ง ต.อ่าวน้อย และ ขอให้โรงพยาบาลปรับปรุงระบบบริการสายด่วน 1669 จากนั้นผู้อำนวยการแจ้งให้ทราบว่าจะเชิญตนเข้าร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่สำนักการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ) จากส่วนกลาง ตัวแทนมูลนิธิกู้ภัยในพื้นที่ที่ ร.พ.ประจวบคีรีขันธ์ในวันที่ 22 กันยายนนี้ แต่ตนไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้เนื่องจากเจ้าหน้าที่แจ้งล่วงหน้าก่อนการประชุมเพียง 30 นาที เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่ได้แจ้งเวลาที่ชัดเจน ประกอบกับมีภารกิจเดินทางไปทำธุระนอกพื้นที่ แต่ได้แจ้งให้ผู้บริหาร ร.พ.ทราบว่าหากการประชุมมีผลสรุปอย่างไร ขอให้ผู้เกี่ยวข้องแถลงข่าวผ่านสื่อมวลชน เพื่อให้ประชาชนรับทราบแนวทางการทำงาน ที่ชัดเจน
“ ล่าสุดยังไม่ได้รับการติดต่อเพื่อนำ 2 เจ้าหน้าที่สายด่วน 1669 เข้ามาพุดคุยกับญาติ ขณะที่ก่อนหน้านี้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้แสดงความเสียใจ และยอมรับว่าขณะนี้ยังไม่ทราบรายชื่อเจ้าหน้าที่ 2 ราย แต่ทราบจากเจ้าหน้าที่บางรายว่ามีการปกปิดเนื่องจากเกรงปัญหาความปลอดภัย ซึ่งได้ยืนยันแล้วว่าญาติไม่ติดใจฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย แต่ขอให้เดินทางไปขอมาศพเท่านั้นโดยยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบใดๆ “ นายอภิเชษฐ์ กล่าว และว่า ที่ผ่านมาตนได้พยายามเสนอข้อมูลความคืบหน้าตามข้อเรียกร้อง ผ่านกลุ่มเฟซบุ๊คประจวบคีรีขันธ์ ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 5 หมื่นคน แต่หลังจากสื่อมวลชนนำเสนอ ข้อมูลของตนไม่ได้รับอนุญาตจากแอดมิน ซึ่งเป็นข้าราชการทหารสังกัดหน่วยงานแห่งหนึ่ง
มีรายงานว่า สำหรับการประชุมเพื่อพัฒนาระบบบริการระหว่างเจ้าหน้าที่ สพฉ. ตัวแทนมูลนิธิกู้ภัย เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ของโรงพยาบาลไม่ได้แจ้งประสานงานกับสื่อมวลชนล่วงหน้าเพื่อติดตามสังเกตการณ์และรับฟังการแถลงข่าว ขณะที่มีสื่อหนังสือพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ส่วนกลาง และสื่อออนไลน์ จำนวน 4 ราย เดินทางไปที่บริเวณด้านหน้าห้องประชุมเพื่อติดตามการประชุม เนื่องจากญาติผู้เสียจะเดินทางไปเสนอความเห็น โดยได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานประชาสัมพันธ์ แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาบริการที่เกี่ยวข้องกับการประชุมไม่ได้ให้ความจริงใจเชิญญาติผู้เสียหายให้เข้าร่วมฟัง สื่อมวลชนทั้งหมด จึงเดินทางกลับทันทีโดยไม่รอการแถลงข่าว
ภาพ/ข่าว พอใจ จันฑนา ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ประจวบคีรีขันธ์
