- 22 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่นายเกียรติศักดิ์ เขียวเหลือ อายุ 35 ปี พาเด็กชายใหม่ลูกชายวัย 13 ปี เด็กนักเรียนชั้น ม. 1 โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จังหวัดพัทลุง เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในข้อหาครูร่วมกับเพื่อนนักเรียนซ้อมทำร้ายร่างกาย จนหูได้รับกระทบกระเทือน จนมีเลือดออกในช่องหู เนื่องจากลูกชายเข้าไปขโมยโทรศัพท์ ในห้องพักครู จำนวน 9 เครื่อง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา นายปรัธวินณ์ ไพโรจน์บวร ผู้อำนวยการโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จังหวัดพัทลุง ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตนเพิ่งทราบข่าวจากสื่อ ไม่เคยทราบว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นที่โรงเรียน แต่หากเกิดขึ้นจริงก็ต้องสืบหาหลักฐานและข้อเท็จจริง หลังจากทราบข่าวตนก็ได้เข้าพบนายเจริญ เส้งสุ้น ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาทันที เพื่อปรึกษาหารือ ซึ่งความเป็นจริงแล้วเมื่อเกิดเรื่องขึ้นทางผู้ปกครองควรเข้าไปปรึกษาหรือร้องเรียนกับตนก่อน ทางโรงเรียนมีการแก้ปัญหาเป็นขั้นตอนอยู่แล้ว อยู่ๆไปแจ้งความซึ่งเป็นการทำที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นในเมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว ต้องตั้งกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง หากครูมีความผิดจริงตามที่เด็กกล่าวหา ครูก็ต้องถูกออกตามระเบียบของโรงเรียน ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดำเนินตามกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ ผอ.ยังกล่าวติติงสื่อว่า เมื่อทราบข่าวแล้วควรจะหาข้อเท็จจริงก่อน ไม่ใช่นำไปเสนอโดยพละการทั้งๆที่ไม่มีการสอบถามไปยังตนซึ่งเป็นผู้ดูแลบุคลกรที่ถูกกล่าวหา
ทางด้านนายไกรธวัฒน์ หนูสุวรรณ อายุ 37 ปี ครูลูกจ้างพี่เลี้ยงมวย ประจำค่ายมวยของโรงเรียน ได้ออกมาปฏิเสธการกระทำทั้งหมด และยืนยันไม่ได้ตบเด็กจน เลือดออกในช่องหู และยังปฏิเสธเรื่องให้เพื่อนนักเรียน 3 คน เข้าไปทำร้ายน้องใหม่ในห้องพักครู เพียงแต่ให้เด็กที่ 3 คน ไปพูดคุยกัน ส่วนตนก็ออกไปซ้อมมวยให้เด็กเป็นปกติ จากการที่ตนเคยสอบถามเรื่องเพื่อนที่เข้าไปขโมยโทรศัพท์ด้วยกัน น้องใหม่ไม่กล้าบอกว่ามีใครบ้าง ทั้งที่ตนรู้ว่ามีเด็กรุ่นพี่ร่วมอยู่ด้วย ทั้งนี้น้องใหม่กลัวรุ่นพี่ซ้อมหากเอ่ยปากพูดถึงเขา
นายเจริญ เส้งสุ้น นายกเทศบาลตำบลท่ามิหรำ ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จังหวัดพัทลุง กล่าวว่าจากการตั้งข้อสังเกต เรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นมาจากการแบ่งแยกแบ่งพรรคแบ่งฝ่ายของบุคคลากรในโรงเรียน ส่งผลให้ขาดความสนใจในเด็ก ซึ่งมีประมาณ 400 คน ทั้งๆที่รู้ว่าเด็กในโรงเรียนดังกล่าวเป็นเด็กที่มาจากความไม่สมบูรณ์ของครอบครัวเป็นส่วนใหญ่ เป็นเด็กด้อยโอกาส ซึ่งครูในโรงเรียนดังกล่าวต้องให้ความสนใจมากขึ้น หลังจากนั้นตนจะเรียกประชุมบุคคลากรครูในโรงเรียน และตั้งกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง ว่ามีมูลเหตุหรือไม่ หากมีมูลเหตุที่เป็นความจริงตามที่พ่อเด็กกล่าวหา ครูก็จะโดนออก หากไม่มีความผิดก็จะจ้างครูเป็นพี่เลี้ยงมวยต่อไป
อย่างก็ตามในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกนายเกียรติศักดิ์ พ่อของเด็กชายใหม่ มาสอบปากคำ ที่ สภ.เมืองพัทลุง ส่วนเด็กชายใหม่ต้องรอให้ทางวิชาชีพ 4 ฝ่าย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานอัยการ นักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยา เป็นผู้สอบร่วมต่อไป
