- 22 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 22 กย.60 พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.ท.วินัย คงประพันธ์ รอง ผกก.สส.,พ.ต.ต.วันชัย สุวรรณรัตน์ สว.สส.,พ.ต.ท.จริญ ขาวเอี่ยว สว.(สอบสวน)และกำลังตำรวจชุดสืบสวน ควบคุมตัวนายอิสมาแอ หรือ หมัด ฮามะ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/2 ถนนโต๊ะลือแบ ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ผู้ต้องหาร่วมกับพวกที่ยังหลบหนี ก่อเหตุขโมยทรัพย์โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง จำนวน 103 เครื่อง จากร้านเทเลวิซ สาขาหน้าห้างสรรพสินค้าโรบินสันโอเชี่ยน ริมถนนพัฒนาการคูขวาง ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เหตุเกิดเมื่อเวลา 02.00 น.วันที่17ก.ย.ที่ผ่านมา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านดังกล่าว ท่ามกลางความสนใจของชาวบ้านที่มุงดูเป็นจำนวนมาก การทำแผนเริ่มชี้จุดบริเวณชั้น 2 คนร้ายเจาะฝ้าเพดานแล้วปีนขึ้นไปบนระเบียงชั้น 3 งัดประตูเหล็กดัด เจาะฝ้าเพดานปีนลงมาชั้น 2 ของร้าน ก่อนงัดตู้เก็บโทรศัพท์มือถือบริเวณชั้น 2 และลงมาที่ชั้นล่างขโมยโทรศัพท์ที่วางโชว์ในตู้ เป็นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุงรุ่นต่างๆ จำนวน 103 เครื่อง มูลค่ากว่า 1 แสนบาท แล้วงัดตู้เก็บเงินขโมยเงินสดจำนวน 5 หมื่นบาท ก่อนรวบรวมโทรศัพท์มือถือใส่ถุงปีนหนีออกมา แล้วเรียกรถแท๊กซี่มารับหลบหนีไป
นายอิสมาแอ หรือหมัด ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า หลังจากร่วมกับนายสุธา หรือ แจ๊ค อำพันทอง อายุ 22 ปี เพื่อนร่วมแก๊งที่ยังหลบหนี ขโมยโทรศัพท์จำนวน103 เครื่องได้แล้ว ก็นำโทรศัพท์มือถือที่ขโมยมาทั้งหมดใส่กล่องแพ็กอย่างดี แล้วนำโทรศัพท์ไปฝากรถทัวร์ส่งปลายทาง กทม. จากนั้นนายอิสมาแอหรือ หมัด ก็นั่งเครื่องบินไป กทม.ไปรับโทรศัพท์มือถือทั้งหมดที่บริษัทรถทัวร์ ที่สถานีขนส่ง กทม.ก่อนนำไปขายที่ร้านขายโทรศัพท์ในห้างแห่งหนึ่งใน กทม.ราคาเครื่องละ 3000 บาท ได้เงินมาจำนวน 5 หมื่นกว่าบาทแล้วมาแบ่งกับเพื่อนร่วมแก๊ง ก่อนแยกย้ายหลบหนี แต่ตำรวจจับกุมนายอิสมาแอ หรือ หมัดได้ที่ห้างแห่งหนึ่งในกทม.ก่อนคุมตัวมาดำเนินคดี ส่วนนายสุธา หรือ แจ๊ค เพื่อร่วมแก๊ง ยังหลบหนีอยู่
พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราชเผยว่า จากการตรวจสอบประวัตินายอิสมาแอ หรือ หมัด ผู้ต้องหารายนี้เคยมีประวัติก่อเหตุงัดร้านโทรศัพท์มือถือมาแล้วหลายครั้งในหลายจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะร้านขายโทรศัพท์มือถือใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ทุกครั้งสามารถหลบหนีไปได้ ไม่เคยถูกจับกุม และหลังจากลักโทรศัพท์มือถือแล้วก็จะใช้วิธีส่งโทรศัพท์มือถือทางรถทัวร์ไปยัง กทม.ก่อนนั่งเครื่องบินไปรับโทรศัพท์มือถือที่บริษัทรถทัวร์ใน กทม.ด้วยตนเอง แล้วนำไปโทรศัพท์ไปขายที่ร้านขายโทรศัพท์แห่งหนึ่งในราคาเครื่องละ 3000 บาท ก่อนนำเงินมาแบ่งกัน ซึ่งทางชุดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนออกหมายจับนายอิสมาแอ และจับกุมตัวได้ ส่วนนายสุธา หรือ แจ๊ค เพื่อนร่วมแก๊งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายจับและติดตามตัวมาดำเนินตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เผยว่า ส่วนที่มีการตั้งสงสัยว่าผู้ต้องหา ซึ่งเป็นคน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจจะนำโทรศัพท์ที่ขโมยไปใช้ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่นั้น เท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้นของตำรวจยังไม่พบว่ามีการนำไปใช้ก่อเหตุดังกล่าว แต่ทางตำรวจ จะได้ทำการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งว่าจะนำไปใช้ก่อเหตุ 3 จังหวัดหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ นายอิสมาแอ หรือ หมัด ฮามะ ให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับนายสุธา หรือ แจ๊ค อำพันทอง ก่อเหตุขโมยโทรศัพท์มาแล้วหลายครั้ง ทุกครั้งจะแบ่งเงินเท่ากัน แล้วแยกย้ายหลบหนี ครั้งนี้ตนขโมยเงินสดที่ร้านโทรศัพท์ดังกล่าวมาจำนวน 50,000 บาท แต่นายอิสมาแอ หรือ หมัด ไม่รู้ ตนจึงฉวยโอกาสโกงโดยแบ่งเงินให้เพียง 5,000บาท อ้างกับเพื่อนร่วมแก๊งว่า ขโมยเงินสดมาได้เพียง 9,000 บาท
ภาพ/ข่าว ชชาล เจริญพงศ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
