- 23 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นายสิทธิชัย เทพภูษา นายอำเภอบ้านด่าน ได้นัดหมายนางกนกวรรณ มณีทอง อายุ 52 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.11 ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน และนางสาว มพัสยา วันภักดี อายุ 21 ปี เจ้าของร้านเสริมสวย ทีช่า ชาลอน ตั้งอยู่หมู่ที่ 10 บ้านหนองบึง ต.บ้านด่าน ผ่านผู้ใหญ่บ้านทั้งสองหมู่บ้าน ให้ทั้งสองมาเจรจาไกล่เกลี่ย ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบ้านด่าน
กรณีที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านถูกถ่ายภาพขณะทำผมในร้านเสริมสวย แล้วถูกนำภาพไปโพสต์ทางโลกออนไลน์ในด้านเสียหาย จนกระทั่งมีการแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านด่าน เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา
การนัดหมาย ฝ่ายผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้เดินทางมาพร้อมด้วยญาติพี่น้องร่วม20 คน เพื่อมารอไกล่เกลี่ยกับนางสาว มพัสยา วันภักดี เจ้าของร้านเสริมสวย แต่ปรากฏว่า เจ้าของร้านเสริมสวย ไม่ยอมมาตามนัดถึงแม้ผู้ใหญ่บ้านจะประสานหลายครั้งแล้วก็ตาม โดยอ้างว่ารู้กฎหมายดี
โดยนางกนกวรรณ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านยังยืนยันคำเดิมว่าที่ผ่านมาตนเองไม่เคยติดค้างค่าทำผมแม้แต่บาทเดียวตามที่ถูกเจ้าของร้านกล่าวหา การเดินทางมาครั้งนี้เพราะนายอำเภอ ให้มาไกล่เกลี่ย ตนก็พร้อมจะไกล่เกลี่ย แต่หากไม่มา ก็คงจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีไปกระบวนการตามกฎหมาย เพื่อปกป้องชื่อเสียงของตนเอง
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา นางกนกวรรณ มณีทอง อายุ 52 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 11 บ้านโคกขาม ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน บุรีรัมย์ ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สภ.บ้านด่าน พร้อมนำหลักฐานการโพสต์ในโลกโชเชียล
โดยกล่าวหา น.ส.มพัสยา วันภักดี อายุ 21ปี เจ้าของร้านเสริมสวย ทีช่า ชาลอน ตั้งอยู่หมู่ที่ 10 บ้านหนองบึง ต.บ้านด่าน ในข้อหาหมิ่นประมาทตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นผู้นำภาพและข้อความอันหมิ่นประมาทไปโพสต์
โดยนางกนกวรรณ ให้การกับตำรวจว่า ว่าได้ค้างค่าทำผมจริงจำนวนเงิน 70 บาท เพราะลืมเอากระเป่าสตางค์มา โดยได้บอกเจ้าของร้านว่าขากลับจากงานศพจะนำเงินมาจ่ายให้
พอช่วงตอนเย็นหลังกลับจากงานศพตนเองก็ได้นำเงินมาจ่ายให้ โดยไม่รู้ว่าว่าเจ้าของร้านเสริมสวยเอาภาพของตนเองไปโพสต์ในเฟสบุ๊ค ต่อว่าตนเองด้วยข้อความต่างๆนาๆในลักษณะเสียหาย เช่น”ทำผมเสร็จ รีบวิ่งออกจากร้านโดยไม่จ่ายเงิน เหตุผล..รีบไม่ได้เอากระเป๋าตังมา เหตุผล...ลืมหยิบกระเป๋าเงินมาด้วย,กระเป๋าเงินหาย กระทำแบบนี้หลายครั้งซ้ำๆ อย่าคิดว่าไม่กล้านะคะ”โดยมีคนมาคอมเม้นต่ออย่างเมามันส์ จนมีญาติพี่น้องที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัดโทรศัพท์มาบอก
หลังจากนั้นได้แจ้งให้ผู้ใหญ่บ้าน ให้ร้านเสริมสวยลบโพสต์ออก พร้อมกับลงขอโทษในเฟสบุ๊ค แต่เจ้าของร้านเสริมสวยไม่ยอมขอโทษ มีเพียงลบโพสต์เท่านั้น ซึ่งถือว่าดูหมิ่นและทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง
ภาพ/ข่าว อุดร ลาดธรรมา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.บุรีรัมย์
