ทหารสนธิกำลังลุยจับโฮสเทลเถื่อน!!! บนเกาะพะงัน หลังพบลักลอบเปิดกระทบธุรกิจท้องถิ่น

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 ก.ย. เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยการนำของนายสุวิทย์ ทองปิ่น นายสุทธิพงษ์ ทองเรือง ปลัดอำเภอเกาะพะงัน พร้อมด้วย พ.ท.ชัยวุฒิ พรหมทอง หน.ชุดปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาค 4 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน นำกำลังเข้าตรวจสอบโฮสเทลหลายแห่งบนเกาะพะงัน หลังจากก่อนนี้มีผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท บนเกาะพะงัน ร้องเรียนไปยังกองทัพภาค 4 ว่ามีการเปิดธุรกิจโฮสเทลแบบผิดกฎหมายหลายแห่ง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของคนท้องถิ่น โดยโฮสเทลหลายแห่งมีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของ ใช้คนไทยเป็นหุ้นส่วนบังหน้า หรือ “นอมินี”

 

ทหารสนธิกำลังลุยจับโฮสเทลเถื่อน!!! บนเกาะพะงัน หลังพบลักลอบเปิดกระทบธุรกิจท้องถิ่น

จากการตรวจสอบโฮสเทลชื่อพะงันอารีน่า ตั้งอยู่เลขที่ 111 หมู่ 1 ต.บ้านใต้ เปิดกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547 โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าพักเป็นรายคืน โดยมีห้องพักแบบพักรวม ขายเป็นรายคนต่อวัน ในราคาตั้งแต่ 100 บาท ไปจนถึง 1,000 บาท และสามารถเข้าใช้บริการต่างๆเช่น สระว่ายน้ำ สนามฟุตบอล ฟิตเนส ได้ภายในสถานที่พัก ตามโปรชัวร์ที่วางอยู่บนเคาร์เตอร์ และห้องพักแบบส่วนตัว ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าภายในโรงแรมมีการตั้งเตียงนอนแบบ 2 ชั้นไว้ตามห้องพักต่างๆ ในแต่ละห้องสามารถขายเตียงพักได้ประมาณ 8 คน สอบถามพนักงานในโรงแรมทราบว่ามี น.ส.ทัศนีย์ บางแก้ว  อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 472 หมู่ 5 ต.บ้านหลวง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา กระทำการประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามมาตรา 15 แห่ง พ.ร.บ. โรงแรม พ.ศ. 2547 คุมตัวดำเนินคดี

ทหารสนธิกำลังลุยจับโฮสเทลเถื่อน!!! บนเกาะพะงัน หลังพบลักลอบเปิดกระทบธุรกิจท้องถิ่น

ทหารสนธิกำลังลุยจับโฮสเทลเถื่อน!!! บนเกาะพะงัน หลังพบลักลอบเปิดกระทบธุรกิจท้องถิ่น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับโรงแรมแบบโฮสเทล หรือชาวบ้านเรียกว่า “โดม” บนเกาะพะงัน พบมีการเปิดกันมากขึ้นในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่มีชาวต่างชาติเข้ามาลงทุน โดยใช้ชื่อคนไทยเป็นผู้ถือหุ้น หรือเป็นเจ้าของแทน ทั้งนี้โฮสเทลบางแห่งเจ้าของจะใช้วิธีเช่าอาคารที่มีอยู่แล้ว เข้าไปดัดแปลงกั้นเป็นห้องพักย่อย และนำเตียงนอนแบบ 2 ชั้นเข้าไปติดตั้ง ซึ่งแต่ละห้องสามารถตั้งเตียงได้ 3-4 เตียง เข้าพักได้ตั้งแต่ 6-8 คน โดยไม่มีระบบรักษาความปลอดภัย และระบบสาธารณสุขตามกฎหมายกำหนด โดยจะขายให้นักท่องเที่ยวในราคาต่ำเกินจริง ซึ่งจากการตรวจสอบหลายแห่งพบว่าบางแห่งขายในราคาไม่ถึง 100 บาทต่อคน ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมรีสอร์ทที่เปิดอย่างถูกกฎหมาย ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เนื่องจากชาวต่างชาติจะเลือกพักกับโฮสเทลราคาถูก โดยไม่คำนึงเรื่องความปลอดภัย โดยผู้เข้าพักสามารถพักรวมได้ทั้งชายและหญิง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบและจับกุมทั่วพื้นที่อีกครั้ง.

 

ข่าว/ภาพ นายวิสุทธิ์  รองพล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี