- 23 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 23 กันยายน 60 เวลา 09.00 น.ที่ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี นายอาคม เติมพิทยาไพสิธ รัฐมนตรีส่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อตรวจราชการโครงข่ายคมนาคม โดยมี นายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ข้าราชการในสังกัดกระทรวงคมนาคม คอยให้การต้อนรับ
นายอาคมฯและคณะได้ไปตรวจเยี่ยมการปรับระบบเช็คอินระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระแบบอัตโนมัติ ของท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี โดยมี นายมารุต ยิ่งคงดี ผู้ช่วยผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี เป็นผู้คอยให้การต้อนรับ และเป็นผู้พา นายอาคมฯ รมต.คมนาคม เดินตรวจความก้าวหน้าของการปรับปรุงตัวอาคารผู้โดยสาร โดยเฉพาะระบบเช็คอินผู้โดยสารระบบอัตโนมัติ เริ่มตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็คอิน ซึ่งในอนาคตเมื่อการปรับปรุง ในส่วนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว กระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสาร จะถูกลำเลียงไปตามสายพานอัตโนมัติ
หลังจากผู้โดยสารทำการเช็คอินแล้ว และจะถูกลำเลียงไปตามสายพาน จนไปถึงปลายทางที่พร้อมขึ้นเครื่องบิน โดยจะมีห้องควบคุมการลำเลียงและการแยกกระเป๋าสัมภาระไปยังแต่ละสายการบินแบบอัตโนมัติเหมือนกันสนามบินขนาดใหญ่ท่าไป นอกจากนี้แล้วเครื่องควบคุมสายพานดังกล่าวนี้ จะมีความสามารถทำการการตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระที่บรรจุสิ่งของต้องสงสัยว่าจะเป็นวัตถุอันตราย และสามารถคัดแยกออกมาโดยอัตโนมัติ เพื่อนำเอาไปทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งด้วย ซึ่งนายอาคมฯ รมต.คมนาคม ได้ให้ความสนใจและสอบถามความสามารถและสมรรถนะของเครื่องควบคุมสายพาน และการทำงานของสายพานตลอดเวลา
ต่อมาในเวลา 15.00 น. นายอาคมฯพร้อมคณะเดินทางไปตรวจดูความก้าวโครงการก่อสร้างคอนเทนเนอร์ ยาร์ด ที่บริเวณที่ว่างประมาณ 18 ไร่ ของสถานีรถไฟหนองตะไก้ ต.โนนสูง อ.เมืองอุดรธานี โดยมี นายทะนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย สายธุรกิจการเดินรถ ,นายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ,นายสวาท ธีระรัตนนุกุ,ชัย กรรมการหอการค้าไทย และตัวแทนของบริษัท เมืองอุตสาหกรรม จำกัด เจ้าของโครงการนิคมอุตสาหกรรม สีเขียวอุดรธานี คอยให้การต้อนรับ
นายอาคมฯ รมต.คมนาคม ได้มีการสอบถามความก้าวหน้าของโครงการก่อสร้างบริเวณคอนเทนเนอร์ ยาร์ด และส่วนต่อขยายรางรถไฟไปจ่อพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรม และโรงงานแปรรูปแร่โปแตซ ของโครงการเหมืองแร่โปแตซอุดรธานี ซึ่งได้มีการพูดคุยกับฝ่ายผู้นำเอกชนและเอกชนผู้ลงทุนในโครงการนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน
ซึ่ง นายอาคมฯ ถาม นายสวาทฯ ผู้นำเอกชน และตัวแทนของบริษัท เอกชน ที่ลงทุนในโครงการนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ว่า มีการลงทุนไปมากน้อยเพียงใด เป็นการลงทุนผู้เดียว หรือ เป็นการลงทุนร่วมกับการนิคมแห่งประเทศไทย นายสวาทฯ และผู้แทนของบริษัทฯผู้ลงทุน ได้ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวนี้เป็นการลงทุนของเอกชนฝ่ายเดียว และเป็นของนักธุรกิจในพื้นที่ ขณะนี้ได้มีการลงทุนเป็นตัวเงินในเรื่องของที่ดินและการปรับปรุงพื้นที่ไปแล้วประมาณ 2,000 ล้านบาท และมีสิ่งที่จะต้องลงทุนอีกประมาณ 1,200 ล้านบาท ทั้งนี้โดยฝ่ายเอกชนผู้ลงทุนต้องการได้ความชัดเจนของการรถไฟแห่งประเทศไทย ในการทำคอนเทนเนอร์ยาร์ดหรือ CY. ส่วนฝ่ายเอกชนผู้ลงทุนโครงการ ได้แบ่งพื้นที่โครงการเอาไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อจัดทำเป็นศูนย์รวมและกระจายสินค้าออกไปจากนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าว โดยมีงบลงทุนประมาณ 40 ล้านบาท
นายอาคมฯ ได้ทำการชี้แจงถึงข้อปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่าง บริษัท เมืองอุตสาหกรรม จำกัด และการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยในส่วนของส่วน ขยายระยะทาง 1.8 ก.ม.จากที่ดินของการรถไฟไปยังหน้าพื้นที่ของ นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี และเหมืองแร่โปแตซ เนื่องจากทางการรถไฟได้มีการทำการวิจัยและศึกษาออกแบบ ควบคู่ไปกับโครงการรถไฟรางคู่ ซึ่งจะต้องผ่านบริเวณดังกล่าวและจะต้องเสร็จเรียบร้อยพร้อมกับโครงการก่อสร้างทางรถไฟรางคู่ระยะที่ 2 โคราช-หนองคาย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ในปี พ.ศ. 2561
ส่วนโครงการศูนย์รวมแบบกระจายสินค้าของโครงการนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี เพิ่งมาเริ่มลงมือในปี 2559 และยอมรับว่าสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าวจำเป็นอย่างยิ่งต่อโครงการนิคมฯ เพราะจะได้นำเอาไปร่วมในการทำการตลาดของโครงการกับนักลงทุนต่างชาติ แต่ก็เห็นว่าควรที่จะต้องค่อยๆทำร่วมกันกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งก็ต้องขอให้ฝ่ายเอกชนให้ความเห็นใจต่อหน่วยงานของรัฐ จะทำโครงการอะไร อย่างไร ก็ต้องมีการศึกษาวิจัยผลคุ้มทุน
โดยภาคเอกชนต้องเข้าใจว่าการลงทุนของการรถไฟไม่ใช่ถูก ต้องระบุให้ชัดเจน ว่ามีสินค้าประเภทไหนในนิคมอุตสาหกรรม จะเป็นสินค้าขนท้ายด้วยรถไฟ ซึ่งเรารู้ในตรงนี้ เราสามารถกำหนดรูปแบบในการลงทุน ถ้ารู้ในปริมาณตรงนี้ ในรูปแบบ หรือมีจำนวนมาก การรถไฟอาจลงทุนเองเลย ถ้าก้ำกึ่ง ทางเอกชน ต้องลงทุนเอง เนื่องจากเคยมีตัวอย่างมาแล้ว คือ นิคมของจังหวัดลำพูน นิคมของจังหวัดปัตตานี ที่รัฐลงทุนสิ่งอำนวยความสะดวกให้แล้ว แต่ผลดำเนินงานไม่ประสบผล ดังกล่าว
ข่าว/ภาพ กฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อุดรธานี
