- 24 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นายประภาษ ภูวงกต อายุ 63 ปี บ้านดงเมือง เลขที่ 82 หมู่ 10 อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังประสบภัยน้ำท่วมปลายเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา ทำให้ตนและทุกคนในครอบครัวถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะที่นาจำนวน 13 ไร่ ที่ลงทุนทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าแรงงานประมาณ 5 หมื่นบาท ประสบความเสียหายสิ้นเชิงจากภาวะน้ำล้นตลิ่งลำปาวเข้ามาเอ่อท่วม ซึ่งถึงวันนี้ตนกับเพื่อนบ้านทำได้แต่มองดูร่องรอยความเสียหายหลังระดับน้ำเริ่มลด และไม่รู้จะฟื้นฟูอย่างไร จึงตกอยู่ในสภาพเดียวกัน แทบหมดหวังในชีวิต ไม่มีเงินทุนจะเริ่มต้นใหม่ วันๆได้แต่รอรับเงินเยียวยา ที่ทางรัฐบาลจะนำมาช่วยเหลือ เพื่อจะนำมาใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ถึงไม้จะได้ไม่คุ้มกับที่เสียไป ก็ยังจะบรรเทาความเดือดร้อนไปบ้าง
ด้านนายอำพล จินดาวงค์ ประมง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากกรณีพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ประสบภัยน้ำท่วม ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จากการสำรวจพบว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ได้รับผลกระทบ 14 อำเภอ เกษตรกร 1,347 ครัวเรือน พื้นที่เสียหาย 1,400 ไร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกับผู้นำชุมชน คณะกรรมการ ก.ช.ภ.อ. หรือคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับอําเภอ ได้ร่วมกันสำรวจพื้นที่ และตรวจสอบหลักฐานใกล้เสร็จสิ้นแล้ว จากการประเมินเบื้องต้น มีวงเงินที่จะให้ความช่วยเหลือเป็นค่าชดเชยความเสียหายด้านการประมง ประมาณ 8 ล้านบาท
นายอำพลกล่าวอีกว่า ในส่วนของอัตราความช่วยเหลือนั้น ได้ยึดตามระเบียบกระทรวงการคลัง ปี 2556 เป็นเกณฑ์ หากเป็นบ่อปลา ที่เลี้ยงในบ่อดิน จะได้รับการช่วยเหลือบ่อละ 4,225 บาท แต่ไม่เกินรายละ 5 ไร่ ขณะที่หากเป็นปลาที่เลี้ยงในกระชัง จะได้รับความช่วยเหลือตารางเมตรละ 315 บาท แต่ไม่เกินรายละ 80 ตารางเมตร บ่อกุ้ง ไร่ละ 10,920 บาท แต่ไม่เกินรายละ 5 ไร่ นาข้าว ไร่ละ 1,113 บาท แต่ไม่เกินรายละ 30 ไร่ พืชไร่ ไร่ละ 1,148 บาท แต่ไม่เกินรายละ 30 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ ไร่ละ 1,690 บาท แต่ไม่เกินรายละ 30 ไร่ ทั้งนี้ทุกกรณี จะต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประมงหรือสำนักงานเกษตรก่อนประสบอุทกภัย และผ่านการตรวจสอบของคณะกรรมการ ก.ช.ภ.อ และ คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับจังหวัด หรือ ก.ช.ภ.จ.เห็นชอบ ก่อนที่จะเสนอไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อขอให้มีการอนุมัติเงินช่วยเหลือผู้ประภัย คาดว่าน่าจะไม่เกินเดือนตุลาคมนี้
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการชดเชยความเสียหาย ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ตามระเบียบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะได้รับครัวเรือนละ 3,000 บาท ทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ และประมง 3,000 บาท นั้น ประชาชนที่ลงทะเบียนกับส่วนราชการใด จะต้องแจ้งความประสงค์ขอรับเงินชดเชยจากส่วนราชการนั้นเพียง 1 ด้าน หรือมีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาเพียง 3,000 บาท ขณะที่ในส่วนผู้เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา นาข้าว พืชไร่ หรือพืชสวน ที่ได้รับผลกระทบ จะได้รับ 2 ส่วนทั้งเงินช่วยเหลือตามอัตราส่วน และครัวเรือนละ 3,000 บาทดังกล่าว
ภาพ-ข่าว/ ชมพิศ ปิ่นเมือง ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์
