- 24 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 24 ก.ย. 60 นายแพทย์อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังการประชุมร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ผู้บริหารสำนักการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ) ทีมกู้ภัยจากมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน ทีมกู้ภัยจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( อปท.) จากนั้นมีการประเมินเหตุการณ์และวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนกรณีญาติผู้ป่วยร้องเรียนว่าบริการ1669 มีความล่าช้าทำให้ผู้ป่วยรายหนึ่งเสียชีวิต ล่าสุดได้กำหนดแนวทางการพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินของจังหวัดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงของผู้ป่วย พร้อมปรับปรุงระบบข้อมูลศูนย์รับแจ้งเหตุ โดยเฉพาะในรายที่ผู้แจ้งให้ข้อมูลอาการไม่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจการทำหน้าที่ของ ศูนย์รับแจ้งเหตุ1669 ที่มีทีมผู้ปฏิบัติงานมีประสบการณ์สูง และผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลที่ผ่านมาพบว่า อยู่ในระดับแนวหน้าของเขตสุขภาพที่ 5
“ สิ่งที่เป็นปัญหาของระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน คือความจำเป็นในการซักถามอาการสำคัญเพื่อคัดกรองความเร่งด่วนให้ได้ก่อน เพื่อประเมินว่าต้องปฐมพยาบาลหรือจำเป็นต้องออกไปรับเร่งด่วนหรือไม่ ทำให้เกิดความไม่เข้าใจและไม่พอใจต่อการบริการการแพทย์ฉุกเฉิน จำเป็นต้องพัฒนาต่อไปโดยเฉพาะระบบ Call Center ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยได้ข้อเสนอเพื่อพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินจากการหารือ ประกอบด้วยการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปทราบเกี่ยวกับ อาการสำคัญที่จำเป็นต่อการประเมิน ตำแหน่งหรือพิกัดที่ชัดเจน หรือสถานที่สาธารณะที่อ้างอิงได้
นายแพทย์อนุกูล กล่าวว่า มีการปรับปรุงระบบข้อมูล ของศูนย์รับแจ้งเหตุ ให้ทันสมัยมากขึ้น ทั้งการบันทึกเสียง บันทึกเวลาเพื่อนำผลการทำงานมาวิเคราะห์และปรับปรุงต่อไป มีการจัดอบรม อาสาสมัครแจ้งเหตุสำหรับประชาชนทั่วไปให้สามารถคัดกรองความรุนแรงเบื้องต้นและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้จำนวนมากขึ้น และ ศูนย์สั่งการ 1669 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะตัดสินใจแจ้งทีมกู้ภัยซึ่งมีความพร้อมที่จะออกปฏิบัติการเร็วขึ้นกว่าเดิมโดยเฉพาะในรายที่ผู้แจ้งเหตุให้ข้อมูลอาการไม่ชัดเจน เพื่อให้ทีมกู้ภัยไปถึงผู้ป่วยและได้มีการประเมินผู้ป่วยอีกครั้งเพื่อความมั่นใจและปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ภาพ/ข่าว พอใจ จันฑนา ผู้สื่อข่าว สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ประจวบคีรีขันธ์
