- 25 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า 4 หนุ่มสุรินทร์ ผู้สร้าง ผู้กำกับ และนักแสดงนำ ภาพยนตร์ โอท็อบ “บ่าวบ้านๆเดอะดีกรี” ประกอบด้วย นายวัชรกร สร้อยจิตร(บ่าวน้อง),นายอุทยาน หอมนวล,นายเดชา ดัมันต์ และ นายศิวะ ศรีแก้ว ได้เดินทางมาเข้าพบ ก่อนเปิดฉาย รอบปฐมฤกษ์ ครั้งแรก ระหว่าวันที่ 28-29 ก.ย.60 นี้ ที่โรงภาพยนตร์สุรินทร์พล่าซ่า ซึ่งการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ใช้สถานที่ใน จ.สุรินทร์ ตลอดเรื่อง เพื่อสะท้อนเรื่องราว วิถีชีวิต ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ของคนพื้นถิ่นสุรินทร์ นำเสนอแบบเรียบง่าย บ้านๆ สื่อแบบตรง ไป ตรงมา สามารถเรียก เสียงฮ่า รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และน้ำตา จากตัวนักแสดง ล้วนแต่แสดงออกมาจากใจ จิตใต้สำนึก ของความเป็น คนเสราะกราว ไทบ้าน จนกลายเป็น ภาพยนตร์ โอท็อบ เพราะลงทุนเพียง 150,000 บาท จากการขายควายถึง 4 ตัว เพื่อทุ่มสร้าง และใช้กล้องถ่ายทำเพียงตัวเดียวตลอดทั้งเรื่อง
นายวัชรกร สร้อยจิตร (บ่าวน้อง) อายุ 38 อยู่บ้านเลขที่ 87 ม.1 ต.ตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ นักแสดงนำ ภาพยนตร์ โอท็อบ “บ่าวบ้านๆเดอะดีกรี” กล่าวว่า การสร้างภาพยนต์เรื่องนี้ ได้แรงบัลดาลใจมาจาก วีถีบ้าน โดยตนเกิดเป็นคนภาคอีสาน จ.สุรินทร์ หนุ่มเสราะกราว ได้แรงบัลดาลใจ มากจากชีวิตจริง การใช้ชีวิตของผู้คนในหมู่บ้าน แนวความรัก บ้านๆ ทุกอย่าง มีครบทุกรสชาติ ทั้งแนวฮ่า แนวตลก แนวดราม่า เงินทุนก็เก็บโดยช่วยกันออก จนได้ออกมาเป็นภาพยนตร์ โอท็อบ “บ่าวบ้านๆเดอะดีกรี” เป็นเรื่องที่ 3 หลังจากทำหนังสั้นมา 2 เรื่อง หมดควายไป 4 ตัวกว่าจะได้ภาพยนตร์เรื่องนี้
นายอุทยาน หอมนวล อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 ม.6 ต.ทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ นักแสดงนำภาพยนตร์ โอท็อบ “บ่าวบ้านๆเดอะดีกรี” กล่าวว่า เริ่มต้นจากการนำเสนอ รายการผ่าน ยูทูป ถ่ายทอดเรื่องราว ชีวิต ความเป็นอยู่แบบบ้านๆ จนมีคนพูดถึง ให้ความสนใจ เริ่มอยากรู้จัก หลากหลายที่มา เลยเอาวถีชีวิตแบบบ้านๆ มาทำเป็นหนัง นำเสนอเรื่องราว บ้านๆของเราเอง ด้วยการเก็บงานมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไม่มีต้นทุน พอทำมาเรื่อยๆ ก็พอจะมีทุนนิดหน่อย ก็เลยทำให้มีภาพยนตร์ โอท็อบ “บ่าวบ้านๆเดอะดีกรี” ขึ้นมาได้ ด้วยความตั้งใจ และความหวัง
ด้าน นายศิวะ ศรีแก้ว อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 ม.7 ต.แตล อ.ศีขรภูมิ ผู้กำกับ และถ่ายทำ ภาพยนตร์ โอท็อบ “บ่าวบ้านๆเดอะดีกรี” กล่าวว่า ที่แรกทางบ่าวน้อง เขาอยากทำหนังสั้น เป็นเรื่องราวชีวิตของคนบ้านตะเคียนเอง เขาก็เลยอยากให้ตนเป็นคนไปถ่ายให้ อะไรให้ ตนก็ตอบตกลง พอถ่ายเสร็จ จากที่เป็นหนังสั้น มันไม่ใช่มันกลายเป็นหนังยาว ยาวมากพอฉายไปเรื่อยๆ ที่แรกจะทำเป็นหนังซี่รีย์ 10 ตอนจบ สุดท้ายพอทำตัวอย่างหนัง เวอร์ชั่นแรกออกมา ก็มีค่ายของหนังกลางแปลงมาเจอ เลยเรียกทีมงานเรามาพูดคุย ก็เลยคุยกันว่าลองทำเป็น หนังใหญ่เลยไหม ก้เลยเป็นที่มาของการเป็น หนังในครั้งนี้ จะเข้าโรงภาพยนตร์ สุรินทร์พล่าซ่า ในวันที่ 28-29 ก.ย.60 นี้ ก็อยากให้ช่วยกันติดตาม ภาพยนตร์บ้านๆ หรือภาพยนตร์โอท็อป ที่ลงทุนกันเอง ค่าใช้จ่ายในการกิน การอยู่ และการบอก บทให้นักแสดงไปดู ออกมาแสดงจากใจ ใช้แค่กล้อง DSLD แคนนอล 70 D เพียงตัวเดียวในการถ่ายทำทั้งเรื่องจนจบ และช่วยกันตัดต่อเองทั้งหมด จะเรียกว่า เป็นภาพยนตร์แฮนด์เมด หรือภาพยนตร์โอท็อปก็ว่าได้
ภาพ/ข่าว ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
