โดนหนักกว่าเดิม..!  ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุกนายทหารสองพ่อ-ลูก คดีทุบคนรักษ์บ้านเกิด ขวางขนแร่ออกจากเหมืองทองทุ่งคำปี 57 (ดูคลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2560  ที่ศาลจังหวัดเลย  ศาลอุทธรณ์ภาค 4  ได้นัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อ.5440/2557  ตามที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ และนายสุรพันธุ์ รุจิไชยวัฒน์ กับพวกรวม 9 คน เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง พ.ท.ปรมินทร์ ป้อมนาค จำเลยที่ 1 และพล.ท.ปรเมษฐุ ป้อมนาค จำเลยที่ 2 ในความผิดอาญา ข้อหาทำร้ายร่างกาย กักขัง หน่วงเหนี่ยว ร่วมกันมีอาวุธปืนในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต  จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 มีชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธครบมือกว่า 200 คน บุกเข้ามาปิดล้อมและควบคุมตามจุดตรวจของชุมชน รวมทั้งทำร้ายร่างกายชาวบ้าน เพื่อที่จะขนแร่ออกจากบริษัท  โดยมีนางสาว ส.รัตนมณี  พลกล้า  นายวีรวัฒน์ อบโอ และนายสมภพ โชติวงศ์  ทนายความของฝ่ายโจทก์ พร้อมกับชาวบ้านกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดประมาณ 30 คน เดินทางมาฟังคำพิพากษา  

 

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2559  ศาลชั้นต้น พิพากษาลงโทษ พ.ท.ปรมินทร์ จำเลยที่ 1 ทั้งหมด 2 กระทงคือ 1.หน่วงเหนี่ยวกักขังและทำร้ายร่างกาย มีโทษจำคุก 2 ปี  2.มีอาวุธไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 12 เดือน  รวมลงโทษจำคุก 2 ข้อหา 2 ปี 12 เดือน  นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้จำเลยจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ชาวบ้านซึ่งเป็นโจทก์ทั้ง 9 ราย รวม 165,600 บาทภายใน 15 วัน  ส่วน พล.ท.ปรเมศฐ์ จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดในฐานะถือเป็นตัวการร่วม แต่ให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 1 ปี กับ 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา   ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2560 ที่ผ่านมา ทนายจำเลยได้ยื่นใบรับรองแพทย์ของจำเลยที่สอง พลโทปรเมษฐ์ ป้อมนาค ต่อศาล ที่ไม่ได้มาฟังคำพิพากษา อ้างว่าป่วย ศาลจึงมีความเห็นให้เลื่อนฟังคำพิพากษาอุทธรณ์มาเป็นวันนี้  โดยศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองหนักขึ้นเป็น ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 4 ปี 12 เดือน และลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 2 ปี 16 เดือน  ให้ชดใช้ค่าเสียหายยืนตามศาลชั้นต้น  ภายหลังคำพิพากษา  จำเลยทั้งสองได้ยื่นเรื่องขอต่อสู้ในชั้นศาลฎีกา และขอประกันตัว

โดนหนักกว่าเดิม..!  ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุกนายทหารสองพ่อ-ลูก คดีทุบคนรักษ์บ้านเกิด ขวางขนแร่ออกจากเหมืองทองทุ่งคำปี 57 (ดูคลิป)

โดนหนักกว่าเดิม..!  ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุกนายทหารสองพ่อ-ลูก คดีทุบคนรักษ์บ้านเกิด ขวางขนแร่ออกจากเหมืองทองทุ่งคำปี 57 (ดูคลิป)

นางสาว ส.รัตนมณี  พลกล้า  ทนายความฝ่ายโจทก์  เปิดเผยหลังฟังคำพิพากษาว่า  ศาลเห็นว่า จำเลยทั้งสองเป็นถึงนายทหาร แต่กลัวกระทำการที่อุกอาจ จึงเห็นว่าโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดสำหรับข้อหามาตรา 309 นั้นต่ำไปจึงกำหนดโทษใหม่เป็นตำคุกคนละ 4 ปี จำเลยที่ 2 ให้การเป็นประโยชน์ในคดีลดโทษให้ 1 ใน 3 ส่วนโทษอื่นให้คงเดิม จึงคงจำคุกจำเลยที่ 1 เป็น 4 ปี 12 เดือน จำเลยที่ 2 เป็น 2 ปี 16 เดือน  จากคำพิพาษาที่ออกมาเช่นนี้  ทำให้ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดพอใจคำพิพากษาไม่ฎีกา เพราะตามกฎหมายอัตราโทษสูงสุดในคดีนี้คือ 5 ปี  ต้องขอขอบคุณพนักงานสอบสวนที่ทำคดีนี้อย่างรัดกุม จนนำมาสู่คำพิพากษาในวันนี้  เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2557 เวลาประมาณ 22.00 น. มีชายชุดดำติดอาวุธประมาณ 100 คนเข้ามาในพื้นที่บ้านนาหนองบง ทำการปิดล้อมตามจุดตรวจชุมชนและเข้าควบคุมตัวชาวบ้านที่อยู่ประจำจุดตรวจ 20 คนเอาไว้  ในจำนวนนี้รวมนายสุรพันธ์และนายสมัย ภักมี ซึ่งเป็นแกนนำชาวบ้านกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด  ขณะนั้นมีเสียงปีนดังอยู่ในพื้นที่เป็นระยะ และมีการทำลายกำแพงซึ่งชาวบ้านสร้างขึ้นตามระเบียบชุมชนว่าด้วยการห้ามรถบรรทุกสารเคมีอันตรายใช้เส้นทางร่วมกับชุมชน  ขณะเดียวกลุ่มชายชุดดำได้เปิดเส้นทางเพื่อให้รถบรรทุกขนแร่วิ่งผ่าน  ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่า พล.ท.ปรเมษฐุ ป้อมนาค และพ.ท.ปรมินทร์ ป้อมนาค  เป็นผู้ร่วมก่อเหตุ  จนกระทั่งถูกดำเนินคดี และนำไปสู่คำพิพากษาดังกล่าว.

โดนหนักกว่าเดิม..!  ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุกนายทหารสองพ่อ-ลูก คดีทุบคนรักษ์บ้านเกิด ขวางขนแร่ออกจากเหมืองทองทุ่งคำปี 57 (ดูคลิป)

ภัทราวุธ  บุญประเสริฐ   ผู้สือข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์  จ.เลย