- 27 ก.ย. 2560
ตามรอยพ่อสอน!! ชาวนครพนม เร่งลอกวัชพืชเพื่อเปิดทางเดินน้ำ แล้วนำวัชพืชที่ได้ ไปทำปุ๋ย สร้างรายได้ให้ชุมชนอีกทาง
นครพนม นำร่องจิตอาสาพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติ ลอกวัชพืชทำปุ๋ยอินทรีย์สร้างรายได้ให้ชุมชนทำดีตามรอยพ่อหลวง ร.9 เมื่อวันที่ 27 ก.ย.60 ว่าที่ ร.ต.ภูมิศักดิ์ ขำปู่ นายอำเภอท่าอุเทน ได้มอบหมายให้ จ.ส.อ.เสถียร ทุลลี ปลัดอาวุโส อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เป็นประธานในพิธีโครงการพัฒนากลไกสนับสนุนเครือข่ายจิตอาสาประชารัฐจังหวัด เสริมสร้างสังคมสุขภาวะ พ.ศ.2650 จ.นครพนม “พื้นที่เสี่ยงต่อภัยธรรมชาติที่สำคัญของชุมชน” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดนครพนม และสานพลังประชารัฐ
ในงานดังกล่าวมี ดร.เขมิกา ทองเรือง อาจารย์จากมหาวิทยาลัยนครพนม นายสุนทร ชื่นชม ผู้ใหญ่บ้าน บ.กลางหมู่ 1 ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน นางรุ่งรัตน์ ประดิษฐ์บุญ ผู้ใหญ่บ้าน บ.ท่าดอกแก้วเหนือ หมู่ 6 อ.ท่าอุเทน ในฐานะคณะทำงานศูนย์จิตอาสาประชารัฐ พร้อมนายวรลภย์ ศรีบุญเรือง นายก อบต.ท่าจำปา นักเรียนจากโรงเรียนชุมชนบ้านคำพอกท่าดอกแก้ว และชาวบ้าน บ.ท่าดอกแก้วเหนือ หมู่ 6 กว่า 50 คน เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ที่บริเวณศาลเอนกประสงค์ บ.ท่าดอกแก้วเหนือ หมู่ 6 และอ่างเก็บน้ำห้วยขี้หมู
โดยชาวบ้าน นักเรียน และผู้นำชุมชน พร้อมด้วยคณะทำงานจิตอาสาประชารัฐ ได้ทำกิจกรรมนำเรือกีบ 2 ลำ เก็บกู้วัชพืชเช่นผักกะเฉด จอกแหน ภายในอ่างเก็บน้ำห้วยขี้หมู 2 แห่งที่อยู่ติดกันเนื้อที่ 25 ไร่ ขึ้นมากองไว้ เพื่อเปิดทางน้ำให้ไหลลงสู่แม่น้ำโขงได้สะดวก เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตหากมีฝนตกหนัก และมีปริมาณน้ำสะสมจนไหลระบายไม่ทัน ส่วนวัชพืชที่เก็บกู้ขึ้นมาได้กว่า 20 ตัน ก็จะนำมาทำปุ๋ยอินทรีย์จากวัชพืชต่อยอดโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่มพระบารมี
ด้านนางรุ่งรัตน์ ประดิษฐ์บุญ ผู้ใหญ่บ้าน บ.ท่าดอกแก้วเหนือ หมู่ 6 ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน กล่าวว่า คณะทำงานชุดนี้ได้เลือกพื้นที่อ่างเก็บน้ำหนองขี้หมู เนื้อที่ 25 ไร่ ซึ่งก่อนหน้านี้มักจะเกิดปัญหาวัชพืชเต็มอ่างเก็บน้ำ ส่งผลให้น้ำไหลระบายไม่ทัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอุกทกภัยตามมา จึงบริการการจัดโดยใช้ชาวบ้านเป็นจิตอาสา ร่วมกันลอกวัชพืชเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน หลังลอกวัชพืชขึ้นมาแล้วก็จะนำมาราดน้ำหมักอีเอ็มหรือสาร พงด. 7 วัน ก่อนนำแกลบดำ มูลสัตว์ กากอ้อย รำอ่อนมาผสม ทำปุ๋ยหมักอินทรีย์จากวัชพืช เพื่อจำหน่ายให้เกษตรกรกิโลกรัมละ 3 บาท หรือกระสอบละ 90 บาท เป็นรายได้ของกลุ่มแม่บ้านต่อไป
ข่าว/ภาพ กันต์ ธนาอัครชล/สิทธิกร ธงยศ สำนักข่าวทีนิวส์ รายงานจากนครพนม
