- 27 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เวลา 11.00 น. วันที่ 27 ก.ย.60 ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์ นายเอนก รัตน์รองใต้ เกษตรจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานสรุปผลการดำเนินงานโครงการ 9101 ภายใต้ร่มพระบารมี และ ได้มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ การทำข่าวประชาสัมพันธ์ ระหว่าเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ผู้รับผิดชอบงานประชาสัมพันธ์ระดับอำเภอ ทุกแห่งในพื้นที่ จ.สุรินทร์ กับสื่อมวลชน หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ ที่ทำงานข่าวในพื้นที่ จ.สุรินทร์ พร้อมลงพื้นที่จริง เพื่อทำข่าวประชาสัมพันธ์ โครงการเด่น ของโครงการ 9101 ภายใต้ร่มพระบารมี โดยแบ่งลงพื้นที่เป็น 4 สาย (4 โครงการเด่น) ออกเดินทางจากสำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์ สายที่ 1 โครงการปลูกพืชปลอดสารพิษ ชุมชนนาดี ชุมชนที่ 1 ณ บ้านประทัดบุ ม.5 ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์ สายที่ 2 โครงการทอผ้าไหมสืบสานหัตถกรรมท้องถิ่น(ทอผ้าไหม) ชุมชนปราสาททนง ณ บ้านสะเดา ม.5 ต.ปราสาททะนง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ สายที่ 3 โครงการธนาคารต้นไม้เพื่อสร้างป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ชุมชนตำบลสังขะ 1 ตามรอยพ่อสู่วิถีพอเพียง ณ บ้านแบกจาน อ.6 ต.สังขะ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ และสายที่ 4 โครงการส่งเสริมอาชีพเพาะเห็ดนางฟ้า ชุมชนหนองเทพ ณ บ้านอีโสด ม.6 ต.หนองเทพ อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์
นายเอนก รัตน์รองใต้ เกษตรจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดสุรินทร์ได้มีการอนุมัติโครงการ 9101 ภายใต้ร่มพระบารมี จำนวนทั้งสิ้น 199 ชุมชน 216โครงการ งบประมาณจำนวน 497.5 ล้านบาท ตอนนี้จบในวาระแรกแล้ว ต่อไปอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้จะได้นำเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโครงการได้มาสรุปผลการดำเนินการโครงการ ซึ่งหลังจากดำเนินการและออกสำรวจความพึงพอใจของโครงการแล้ว พบว่าเกษตรกร 96 กว่า % ที่มีความพึ่งพอใจและถือว่าสูงมาก เพราะโครงการทุกโครงการคงจะไม่มีความพึงพอใจถึง 100 % และวันนี้จะนำสื่อมวลชนลงพื้นที่โครงการตามกิจกรรมของโครงการฯในชุมชนต่างๆที่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จนประสบความสำเร็จ และเป็นที่น่าพอใจ ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ เพื่อประชาสัมพันธ์ถึงความสำเร็จของแต่ละชุมชน และเนื่องจากระยะเวลาที่กระชั้นชิด ทำให้เกษตรกรเลือกทำโครงการเกี่ยวกับปุ๋ย ประมาณ 80 % รองลงมาจะเป็นผ้าไหม การปลูกพืช เลี้ยงสัตว์และการประมง ซึ่งกลุ่มทอผ้าไหม ค่อนข้างยั่งยืน เกษตรกรทุกคนมีรายได้เพิ่มขึ้นมา เป็นที่น่าพอใจมาก
ส่วนการทำปุ๋ยอินทรีย์ที่มีปริมาณค่อนข้างเยอะ ในชุมชนชาวบ้านเห็นปุ๋ยที่ตนเองร่วมทำนั้นมีคุณภาพ ต่างก็ซื้อไปใช้เองหมดเลย ซึ่งถ้าจะไปดูเรื่องการทำปุ๋ยตอนนี้ส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยมีแล้ว เพราะว่า ทุกคนต่างเอาไปใส่ที่นาหมดแล้ว ส่วนกรณีการร้องเรียนเรื่องไม่โปร่งใส ก็มีอยู่ไม่มาก มีทั้งส่งจดหมายมาและโทรศัพท์มาแจ้ง ตนก็ได้ลงพื้นที่ไปดูด้วยตนเอง โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ศีขรภูมิ มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโดยผู้ว่าราชการ จ.สุรินทร์ คณะกรรมการมาจากส่วนกลาง คือ กรมส่งเสริมการเกษตร ก็ได้มีการลงไปตรวจสอบ ซึ่งผลการตรวจสอบก็แจ้งมาแล้ว มีข้อร้องเรียนอยู่ 3 ข้อ ข้อที่ 1.เรื่องเจ้าหน้าที่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องในการจัดซื้อจัดหาวัสดุ ซึ่งก็ได้ตรวจสอบกับชุมชนนั้นๆแล้ว โดยบทบาทและภารกิจของชุมชนจะเป็นคนติดต่อประสานงานเองกับผู้ที่ขายวัตถุดิบต่างๆโดยตรงด้วยตนเอง ข้อร้องเรียนที่ 2 คือ วัสดุที่จัดซื้อไม่มีคุณภาพ ตนเองก็ลงไปตรวจสอบด้วย พบว่าเป็นวัสดุที่มีกรวดปนมา แต่ชุมชนไม่รับ ผู้ที่ขายก็เอาวัตถุดิบที่ไม่มีกรวดปนมาให้แทน ส่วนวัตถุดิบที่มีกรวดปน ผู้ขายก็ไม่ได้ขนกลับไปยังอยู่ที่เดิม ซึ่งเป็นของเหลือ ชาวบ้านไม่ได้มา เมื่อคนขายไม่เอากลับไป หลายคนไปเห็นวัตถุดิบก็คิดว่าเป็นวัตถุดิบที่มีการจัดซื้อนั่นเอง จึงเกิดการร้องเรียน
ส่วนเรื่องร้องเรียนที่ 3 คือ มีการสวมชื่อ คือไม่มาทำงาน แต่เอาชื่อมาเบิกเงิน ตนก็ลงไปตรวจสอบรายชื่อเองอย่างละเอียด พบอยู่ 1 ราย ระบุว่า มาลงชื่อแล้วขอตัวกลับเพราะรู้สึกไม่สบาย ขอตัวไปพบหมอ ซึ่งรายนี้เราก็ตัดชื่อออกไม่ให้เบิกงบประมาณ ถ้าเขาหายดีมาทำงานก็เบิกได้ปกติ ซึ่งโครงการนี้ชุมชนต้องทำอย่างต่อเนื่อง อย่างยั่งยืนตามชื่อของโครงการ ขึ้นอยู่แล้วแต่ว่าชุมชนนั้นจะทำอะไร ซึ่งข้อผิดพลาดต่างๆ ประธานชุมชน กรรมการชุมชนและสมาชิกชุมชนจะต้องรับผิดชอบ เอง เกษตรจะไม่เกี่ยวข้อง มีหน้าที่ไปกับกับดูแล และหากเกิดกรณีข้างต้น ต้องไม่ให้เบิก ถ้าชุมชนให้เบิกตนก็จะไปแจ้งความดำเนินคดี นอกจาก อ.ศีขรภูมิแล้ว ยังมีในพื้นที่ อ.ท่าตูมและ อ.รัตนบุรีที่มีการร้องเรียน ซึ่งที่ อ.ท่าตูมก็เป็นเรื่องวัสดุไม่มีคุณภาพ คือเรื่องวัตถุดิบที่มีกรวดปนดังที่ว่าในข้างต้น ซึ่งยืนยันได้มีไม่พบการทุจริตเกิดขึ้นตามที่ร้องเรียน แต่มีคนที่กังขาว่าการจัดซื้อวัสดุแพงไปหรือไม่นั้น ตนเช็คแล้ว เป็นวัสดุที่มีการสอบราคามาก่อนแล้ว ไม่ใช่เฉพาะ จ.สุรินทร์ ที่ซื้อราคานี้ จังหวัดอื่นก็ซื้อในราคาเท่ากัน ซึ่งการตรวจบัญชีต่างๆจะเป็นหน้าที่ของ สนง.ตรวจบัญชีสหกรณ์ ก็ลงไปตรวจสอบด้วยกัน
ภาพ/ข่าว ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
