- 28 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ (28 ก.ย. 60) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังวัดมหานาม ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ต.ไชยภูมิ อ.ไชโย จ.อ่างทอง หลังทราบว่าที่วัดดังกล่าวมีพระพุทธรูปเก่าแก่โบราณสมัยกรุงศรีอยุธยาชื่อว่า “หลวงพ่อขาว” อายุกว่า 400 ปี ตั้งประดิษฐานอยู่ข้างพระอุโบสถ โดยพระพุทธรูปนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ ประชาชนในจังหวัดอ่างทองและต่างจังหวัดมักมาสักการะบูชากันเป็นประจำ และที่สำคัญบริเวณที่ประดิษฐานของหลวงพ่อขาวนั้น แต่เดิมเป็นมณฑปจัตุรมุขไม้สักทั้งหลัง และผุพังไปตามกาลเวลา เหลือแต่เสาปูน แต่เมื่อมีการมาสร้างหลังคาให้ใหม่กลับถูกฟ้าใหม่ใส่อยู่หลายครั้ง จนทำให้ไม่สามารถสร้างหลังคาได้จนทุกวันนี้
เมื่อเดินทางไปถึงวัดมหานาม พบองค์หลวงพ่อขาวประดิษฐานอยู่ใกล้เคียงกับพระอุโบสถหลังใหม่ แต่อยู่ด้านหน้าพระอุโบสถหลังเก่าซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 400 ปี เช่นกัน ซึ่งสังเกตเห็นว่าที่องค์หลวงพ่อขาวนั้นมีความเก่าแก่ มีสีขาวตามองค์ ดูเก่าแก่ตามกาลเวลา บริเวณด้านหลังของหลวงพ่อขาวมีเสาปูนที่มีรอยปรักหักพังตั้งอยู่ ส่วนบริเวณด้านหน้ามีลักษณะเป็นบันไดทางขึ้นไปกราบไหว้องค์หลวงพ่อขาว มีการทำหลังคาแต่แปลกที่ทำไว้แค่บริเวณด้านหน้า ส่วนบริเวณที่จุดประดิษฐานขององค์หลวงพ่อขาว และบริเวณเสาด้านหลังไม่มีการทำหลังคาคลุมไว้ สังเกตจากการองค์หลวงพ่อขาว และบริเวณดังกล่าวมีร่องรอยผู้คนมากราบไหว้จำนวนมาก
จากการสอบถามนายประเวศ เสริมกลิ่น อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/1 หมู่ที่ 4 ต.ไชยภูมิ อ.ไชโย จ.อ่างทอง กรรมการและเป็นคนเก่าแก่ของวัด กล่าวว่า หลวงพ่อขาวนี้เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่คู่มากับวัด ตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยภายในวัดเราพยายามรักษาความเก่าแก่และโบราณเอาไว้เพื่อคงไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู แต่ก็ไม่ได้ปล่อยทิ้งขว้าง คอยดูแลบูรณะเท่าที่ทางวัดจะทำได้ ซึ่งตอนนี้โบสถ์เก่าก็ยังอยู่ องค์หลวงพ่อขาวนั้นศักดิ์สิทธิ์มาก ไม่ใช่เพียงประชาชนในพื้นที่เท่านั้นที่เลื่อมใสศรัทธา ประชาชนต่างจังหวัดก็ต่างเลื่อมใสศรัทธาเช่นกัน ส่วนใหญ่นอกจากจะมากราบไหว้ขอพรแล้ว ยังบนบนบานขอให้แตต่ละคนสมหวังในเรื่องที่ขอ ซึ่งก็มักสมหวังตาม ๆ กัน เมื่อได้ตามหวังก็จะมาแก้บนเป็นกลองยาว หรือไม่ก็ไข่ต้ม
นายประเวศ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องที่ไม่สามารถทำหลังคาคลุมองค์พระได้นั้น นั่นเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เป็นความจริง ซึ่งตามคำบอกเล่าบริเวณที่ประดิษฐานหลวงพ่อขาวนี้เป็นมณฑปจัตุรมุข ซึ่งเป็นไม้สักสวยสดงดงาม แต่ต่อมาก็ผุพังตามกาลเวลา และเมื่อมารุ่นหลังเจ้าอาวาสวัดองค์ก่อน ๆ ก็เห็นว่ามณฑปผุพัง ก็บูรณะจะทำหลังคาคลุมไว้เพื่อกันแดดกันฝน ซึ่งระหว่างการทำก็ต้องมีอาถรรพ์เกิดขึ้น โดยขณะทำหลังคาคลุมไปช่วงที่เป็นองค์พระกับช่วงเสาเก่า ก็มีฟ้าผ่าลงมา ทำให้ไม่สามารถทำได้ เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อยู่ 2-3 หน จนเป็นที่โจทก์ขานว่าท่าน (หลวงพ่อขาว) คงไม่อยากให้ทำ โดยต่อมาก็ลองทำใหม่ โดยทำหลังคาแค่บริเวณด้านหน้าที่ประชาชนมากราบไหว้ ส่วนช่วงองค์พระกัคบเสา ก็ปล่อยโล่งเอาไว้ ซึ่งก็สามารถสร้างผ่านพ้นไปด้วยดี
สุรศักดิ์ หริ่มสืบ / ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์จังหวัดอ่างทอง
