- 28 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีชาวบ้าน ใน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เรียกร้องให้ตรวจสอบโครงการ 9101 ชนิดปูพรม ชี้โครงการส่อเอื้อประโยชน์นายทุน โดยเฉพาะที่ ต.หนองตอกแป้นเป็นพื้นที่เกษตรอินทรีย์ แต่กลับถูกยัดโครงการปุ๋ยอินทรีย์ ยืนยันไม่จำเป็น หลังผ่านโครงการปุ๋ยอินทรีย์ 9101 ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 28 กันยายน 2560 นายประจักษ์ ภูแลขำ อายุ 63 ปี บ้านเลขที่ 193 หมู่ 4 ชาวบ้านโคกศรี ต.อุ่มเม่า อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากการติดตามข่าวโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักที่ดำเนินโครงการ โดยได้จัดโครงการต่างๆลงสู่ชุมชน โดยเฉลี่ยให้ตำบลละ 2,500,000 บาท และมีเกษตรอำเภอและเกษตรตำบลดำเนินการร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้านในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั้น ทราบว่าเป็นโครงการเร่งด่วนของรัฐบาลที่ต้องการให้ชาวบ้านมีรายได้ และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี แต่การดำเนินโครงการที่ผ่านมานั้นกลับเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากถึงความไม่โปร่งใสในหลายๆด้าน เพราะเชื่อว่ามีการล็อกสเปก โครงการต่างๆมาแล้วจากหน่วยงานราชการ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุน โดยเฉพาะการจัดซื้อ จัดจ้างวัตถุดิบทำปุ๋ยอินทรีย์ที่ชุมชนต่างๆดำเนินการอยู่หลายตำบล รวมทั้งการจัดซื้อปุ๋ยจากร้านค้า และซื้อสัตว์มาเลี้ยง ซึ่งเป็นไม่ได้เป็นตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
นายประจักษ์ กล่าวอีกว่า รูปแบบของโครงการ 9101 ซึ่งน่าจะเป็นการดำเนินการ ตามความต้องการของชาวบ้านและความเหมาะสมของชุมชนในพื้นที่นั้นๆ ตั้งแต่การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในพื้นที่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับขัดแย้งกัน ซึ่งที่เห็นชัดเจนที่สุดและส่วนมากทำกันคือโครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และซื้อปุ๋ยจากร้านค้า ซึ่งพบว่ามีการลำเลียงทั้งปุ๋ยคอก มูลไก่ แกลบดำ และส่วนผสมอื่นๆ มาจากภาคกลางและจังหวัดอื่น บางชุมชนวัสดุสิ่งของมาไม่เต็มจำนวน ซื้อมาราคา 6 พันบาทแต่เบิกเงินซื้อเป็นแสนบาท นอกจากนี้ยังมีเรื่องของค่าแรงงานผี ทำงานเพียง 2 วัน แต่ลงเวลาทำงานให้ 7 วันก็มีอีกด้วย
“วิธีการปฏิบัติจึงไม่มีความโปร่งใส ได้สิ่งของไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ถูกหักหัวคิว ได้ปุ๋ยอินทรีย์ไม่มีคุณภาพ เพราะไม่ได้ผ่านการหมักตามขั้นตอน สิ่งที่เห็นจึงไม่ต่างกับตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ระบบจัดซื้อจัดจ้างไม่โปร่งใส การจ้างแรงงานไม่เป็นจริง จึงอยากให้รัฐบาลมองถึงความคุ้มค่า ให้เกษตรมีส่วนร่วมมากกว่านี้ เมื่อเห็นการดำเนินการโครงการ 9101 ที่เกิดขึ้น จึงเหมือนดึงสังคมไทยย้อนกลับไปถึงยุค พ.ศ.2504 ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม ทางการเขาสั่งมาว่าให้ชาวนาเลี้ยงเป็ดเลี้ยงสุกร เป็นการมัดมือชก ชาวบ้านไม่มีส่วนร่วมเต็มที่ โครงการดีแต่การปฏิบัติไม่ดี เงินโครงการ 2,500,000 บาท อาจจะหายไปครึ่งต่อครึ่ง จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาล รวมทั้งสตง. ปปท.และ ปปช.ลงพื้นที่ตรวจสอบทุกกระบวนการของโครงการนี้ด้วย” นายประจักษ์กล่าว
ภาพ/ข่าว/น.ส.ชมพิศ ปิ่นเมือง นักข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์
