- 30 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เขื่อนรัชชประภา น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระองค์ท่านทรงเสด็จเปิดเขื่อนรัชชประภาเมื่อ 30กันยายน 2530 ร่วมจัดนิทรรศการ และเสวนา "จากเชี่ยวหลานสู่รัชชประภา ครบรอบ30ปี" พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระราชทานแสงสว่างให้ภาคใต้ พร้อมร่วมกันปล่อยปลา และทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล
ที่ห้องประชุมอาคารสัมมนาสิริประภา เขื่อนรัชชประภา นายกิตติวัฒน์ สุจริตพงศ์ อดีตผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างเขื่อนเชี่ยวหลาน นายธีระพล ช่วยเรียง อดีต ปลัดอำเภอบ้านตาขุน นายเชาวลิต ช่วยสงค์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเชียวหลาน นายพูลศรี สิริพิบูลย์วงศ์ อดีตผู้ใหญ่บ้าน และนายวิฑูรย์ พีระวัฒน์ อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสก ผู้นำชุมชนรอบเขื่อนรัชชประภา สื่อมวลชน พนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต เข้าร่วมรับฟังการสานเสวนา 30 ปีที่ผ่านมา กว่าจะมาเป็นเขื่อนรัชชประภา
ซึ่งที่ผ่านมมา จะมีทั้งปัญหาอุปสรรค ข้อกฎหมาย การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ผู้ก่อการร้าย โดยน้อมนำเอาพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลเดช ว่าเมื่อประชาชนในพื้นที่ประกอบอาชีพอะไรก็ให้เขาประกอบอาชีพอย่างนั้น โดยเฉพาะการทำอาชีพเกษตรกรรม นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญ และเป็นห่วงประชาชนอย่างหาที่สุดไม่ได้ทรงตรัสว่า "การก่อสร้างเขื่อนจะทำอย่างไรให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ได้อยู่กันอย่างมีความสุข"
การสานเสวนา" 30 ปีจากเขื่อนเชี่ยวหลานสู่รัชชประภา"ถือเป็นเวที ที่ทำให้ย้อนอดีตไปถึงในสมัยนั้น พระองค์ทรงตรากตรำทำงานหนักกว่าที่พี่น้องประชาชนจะมีแสงสว่างใช้อย่างทั่วถึงในพื้นที่ภาคใต้ เริ่มต้นจากเมื่อ ปี พ.ศ. 2512 ในหลวง รัชกาลที่ ๙ เสด็จตำบลไกรสร อำเภอคีรีรัฐในสมัยนั้น พื้นที่เหนือเขื่อนปัจจุบันโดยเฮลิคอปเตอร์เพราะไม่มีถนนเข้าพื้นที่ และมี่ราษฎรอาศัยอยู่ประมาณ 300 คน ในปี พ.ศ. 2525 เริ่มทำการสำรวจและก่อสร้างท่ามกลางอุปสรรคมากมาย ในขณะนั้นแคมป์ที่พักคนงานถูกเผาเครื่องจักรถูกเผา ทหารถูกยิงตายทั้งปัญหาในพื้นที่ และผู้ก่อการร้ายในสมัยนั้น ได้เริ่มทำการก่อสร้างอยู่ประมาณ 5 ปี จนเริ่มเดินเครื่องเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2529 และเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2530ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จประกอบรัฐพิธีเปิดเขื่อนเชียวหลานพร้อมพระราชทานนามใหม่ว่า "เขื่อนรัชชประภา"แปลว่าแสงสว่างแห่งรัชกาล จึงถือกำหนดทุกวันที่ 30 กันยายนทุกปี เป็นวันพระราชทานแห่งแสงรัชกาลของคนใต้จนถึงปัจจุบัน
ซึ่งการก่อสร้างเขื่อนรัชชประภาใช้ระยะเวลาในดำเนินการก่อสร้าง 5 ปี เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สูง 94 เมตร ความยาวสันเขื่อน 761 เมตร มีความจุ 5638.8 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่อ่างเก็บน้ำ 185 ตารางกิโลเมตร ติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้า เครื่องละ 80,000 กิโลวัตต์ จำนวน 3 เครื่อง และดำเนินการแล้วเสร็จและทำการเปิดเดินเครื่องให้ได้ภายในวันที่ 5 ธันวาคมปี 2529
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตในการสร้างเขื่อนซึ่งเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้ที่สร้างความมั่นคงให้แก่ระบบไฟฟ้าและความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศชาติ เพื่อให้มีแหล่งน้ำไว้ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ ในหน้าแล้ง ป้องกันน้ำท่วม น้ำเพื่อการเกษตร ด้านการประมง การท่องเที่ยว ผลักดันน้ำเสียและน้ำเค็ม ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามวัตถุประสงค์ของพระองค์ท่านที่ได้ดำรัสไว้
และในช่วงเช้าวของวันที่ 30 กันยายน 2560เมื่อเวลา 06:30 น ผู้บริหารเขื่อนและเจ้าหน้าที่ร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์อาหารแห้งจำนวนสาม 11 รูป และปล่อยพันธุ์ปลาบึกจำนวน 350 ตัว โดยนำมาจากเขื่อนสิริกิติ์
และมาปลูกต้นไม้ยางนาจำนวน 50 ต้น เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และได้ทำพิธีเปิดอาคารหลังใหม่ชื่ออาคารที่ทำการโรงไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา
ภาพ / ศุกร์
เรียบเรียงข่าว สันทัด เจ็ดเสมียนใหม่ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ สุราษฎร์ธานี
