- 30 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 30 กันยายน 2560 จากสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดตรังหลายพื้นที่ แม้ว่าขณะนี้พื้นที่จังหวัดตรัง ฝนได้หยุดตกแล้ว แต่ประชาชนก็ยังหวั่นใจ เกรงฝนจะตกลงมาเพิ่มอีก ทั้งนี้ในพื้นที่เขตเทศบาลนครตรัง ด้านฝั่งตะวันตก หลายพื้นที่สองฝั่งคลองห้วยยาง ซึ่งได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำจากเขาจำปา มีน้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่หลายพื้นที่
ทั้งบริเวณ เขตเทศบาลตำบลนาตาล่วง และ เขตเทศบาลนครตรัง ตั้งแต่กลางดึกของคืนวันที่ 29 กันยายน 2560 ซึ่งล่าสุดหลายพื้นที่ได้เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ยังมีพื้นที่หมู่บ้านตรังวิลเลจ ถนนสังขวิทย์ ซ.2 ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ยังมีปริมาณน้ำสูงอยู่ประมาณ 0.80 – 1.5 เมตร โดยทางเจ้าหน้าที่เทศบาลนครตรัง ได้จัดเร่งติดตั้งเต็นท์ เพื่อให้ประชาชนได้เป็นที่พักชั่วคราว และประชาชนได้เดินลุยน้ำเพื่อเข้าบ้านและเก็บของออกไปพักกับญาติที่น้ำท่วมไม่ถึง และได้เคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงสุนัขออกจากพื้นที่ด้วย ขณะที่บ้านเรือนอีกกว่า 100 หลังคาเรือนยังมีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร เครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ อีกกว่า 10 คันจมน้ำเสียหายหนัก
ด้าน นายจิระศักดิ์ ควนจันทร์ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครตรัง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยน้ำท่วมหมู่บ้านตรังวิลเลจ กล่าว่า ขณะนี้ในพื้นที่หมูบ้าน ปริมาณน้ำได้ลดลงแล้ว ประมาณ 60 ซม.จากเมื่อคืน ปริมาณน้ำเกือบถึงชั้น 2 ประมาณ 2 เมตรกว่า ซึ่งในหมูบ้านส่วนใหญ่ก็จะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรทัศน์ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น และบ้านหลายหลังนำรถออกจากบ้านไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ ประมาณ 10 คัน รถจักรยานยนต์ ในส่วนของความช่วยเหลือมีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือแล้ว ทั้งจังหวัด อำเภอ เทศบาล ปภ. มูลนิธิ อาสากู้ภัยต่างๆ รวมทั้งทหารที่นำเรือมาช่วยอพยพผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ออกจากพื้นที่น้ำท่วม ส่วนสภาพจิตใจของผู้ประสบภัยที่น่าห่วงก็เป็นเด็กและผู้สูงอายุหลายท่านที่เป็นห่วงบ้าน แต่ก็อยู่ในบ้านไม่ได้เพราะได้มีการตัดไฟแล้วไม่สามารถทำอาหารได้ ซึ่งจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ต้องยอมรับว่าไม่มีการเตรียมการเนื่องจากมีปริมาณฝนตกหนักมากติดต่อกัน ทำให้เกิดจากภาวะน้ำไหลไม่ทัน น้ำในพื้นที่เองและน้ำจากเขาจำปา ต.นาตาล่วง ไหลลงสู่คลองห้วยยาง ซึ่งทำให้น้ำเอ่อล้นคลองห้วยยาง ไหลเข้าบ้านเรือนชาวบ้านที่อยู่ริมคลองห้วยยาง ส่วนความเสียหายของบ้านแต่ละหลังอย่างน้อย ประมาณหลังละ 50,000 บาท ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า รถ ซึ่งน้ำท่วมครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จังหวัดตรัง น้ำท่วมหลังจวนผู้ว่าฯ ซึ่งคาดว่าน้ำจะลดลงหากไม่มีน้ำหนุน แต่ที่น่าเป็นห่วงคือน้ำจาก อ.นาโยง จะไหลลงสูคลองน้ำเจ็ด คลองนางน้อย ก็จะทำให้ฝั่งตะวันออกของเทศบาลนครตรัง น่าเป็นห่วง แต่ฝั่งตะวันตกตรงนี้ไม่น่าเป็นห่วงแล้ว
ทั้งนี้บริเวณวิเศษกุล ถนนท่ากลาง ถนนห้วยยอด ถนนเพลินพิทักษ์ ถนนสังขวิทย์ ปริมาณน้ำเริ่มลดลงเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ประชาชนมรพื้นที่เร่งทำความสะอาด ล้างคราบน้ำ โดยเฉพาะที่ สหกรณ์การเกษตรเมืองตรัง จำกัด เจ้าหน้าที่เร่งทำความสะอาดภายในสำนักงาน และทำความสะอาดสินค้า ขนถ่ายสินค้าภายในสหกรณ์ และมีข้าวสาร ปุ๋ย เอกสารสำคัญเสียหายเป็นจำนวนมาก
ทางด้านนายเอกชัย เพ็งภาจร ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเมืองตรัง กล่าวว่า จากที่น้ำท่วมเมื่อคืน จากการสำรวจวันนี้ ทางสหกรณ์ได้รับความเสียหายเรื่องของ ปุ๋ย ข้าวสาร และเอกสารบางส่วนซึ่งตั้งไว้ที่ต่ำ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ เสียหายไปบางส่วน โดยระดับน้ำได้เข้าท่วมสำนักงานซึ่งเป็นรอบใน 50 ปีก็ว่าได้ ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับสหกรณ์เลย ได้รับความเสียหายมากที่สุดในรอบ 50 ปี เบื้องต้นมูลค่าความเสียหายของสินค้าไม่ต่ำกว่า 3-4 แสนบาท และยังมีเอกสารสำคัญบางส่วน โฉนดที่ดินที่ได้รับความเสียหาย ทางสหกรณ์จะต้องออกใบแทนให้สมาชิกให้เหมือนเดิม จากเหตุการณ์ดังกล่าวก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดน้ำท่วมสหกรณ์ในครั้งนี้อีกด้วย
อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำฝั่งตะวันตกของเทศบาลนครตรัง ได้เริ่มคลี่แล้ว ในขณะเดียวกัน ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเทศบาลนครตรัง ซึ่งรับมวลน้ำมาจาก อ.นาโยง ได้เริ่มมีปริมาณน้ำเข้าท่วมพื้นที่ อนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ แต่รถยังสัญจรได้แต่ต้องระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน และปริมาณน้ำในคลองน้ำเจ็ด และคลองนางน้อย เริ่มมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น ประชาชนริมสองฝั่งคลอง ทั้ง 2 สาย ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนและเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลาหวั่นฝนตกลงมาเพิ่มหากไม่มีฝนและน้ำหนุน คาดว่าพรุ่งนี้จะสถานการณ์จะคลี่คลาย
ภาพ/ข่าว สุนิภา หนองตรุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ตรัง
