- 02 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ โรงงาน RST ROBOTICS ห้างหุ่นส่วน จำกัด รวมสินไทย เลขที่190 หมู่ 7 ตำบลแจระแม ถนนเลี่ยงเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นายอรัญ อนุพรรณสว่าง กรรมการผู้จัดการบริษัทในเครือรวมสินไทย เปิดเผยถึงธุรกิจ หุ่นยนต์แขนกล อาร์เอสที โร โบติกส์ ซึ่งเป็นธุรกิจเริ่มต้นในการจำหน่ายรถแทรกเตอร์ยันมาร์ รถเกี่ยวข้าว โรงงานผลิตเครื่องจักรกล และอุปกรณ์เครื่องจักรกลทางการเกษตร ในจังหวัดอุบลราชธานีและ จากพื้นฐานด้านช่างอิเล็กทรอนิกส์ บวกประสบการณ์ผู้ผลิต จำหน่ายเครื่องจักรกลและอุปกรณ์เครื่องจักรกลทางการเกษตรอยู่แล้ว ประกอบกับเห็นสินค้าที่เป็นหุ่นยนต์ที่ผลิตโดยต่างประเทศนั้น มีราคาค่อนข้างแพง จึงเป็นแรงบันดาลใจในการค้นคว้า พัฒนา ออกแบบ จนกระทั่งกลายเป็น RST ROBOTICS ธุรกิจหุ่นยนต์แขนกลฝีมือคนอุบลราชธานี ตอบโจทย์ "ไทยแลนด์ 4.0" เป็นจุดเปลี่ยนต่อยอดธุรกิจเดิม
ด้วยความหลงใหลในนวัตกรรมของหุ่นยนต์ของ ซึ่งสามารถขยายผลไอเดียให้เป็นรูปธรรมสามารถอวดโฉมจนถึงปัจจุบัน มีเครือข่ายร่วมพัฒนา หุ่นยนต์แขนกล ทั้งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค7 อุบลราชธานี ธนาคารวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม(บสย.) โดยร่วมกับพันธมิตรเครือข่ายดังกล่าวตั้งแต่ออกแบบ สร้าง พัฒนาหุ่นยนต์แขนกลขึ้นมาภายในระยะเวลา 3 ปี
จุดเด่น "โรบอต"หรือหุ่นยนต์แขนกลนั้น นับว่าเป็นเทคโนโลยีพหุศาสตร์ ประกอบด้วยเทคโนโลยีด้านวิศวกรรมเครื่องกล ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และซอฟต์แวร์ โดยใช้อะลูมิเนียมหล่อ อาศัยเทคโนโลยีด้านArticulated Arm เพื่อเลียนแบบแขนของมนุษย์ สามารถรับน้ำหนักที่ปลายแขน 3 กิโลกรัม สามารถเคลื่อนที่ได้ทั้ง 6 แกน ซึ่งยังประกอบด้วย AC Servomotor การส่งกำลังด้วย Harmonic Gear มีความแม่นยำและเที่ยงตรงสูง ขณะเดียวกันถือเป็นสินค้าที่ผลิตโดยสตาร์ตอัพคนไทย 100% ราคาต้นทุนถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ มีการควบคุมง่ายเป็นมิตรกับการใช้งานและรองรับเทคโนโลยี Lot Internet of Thing โดยที่โรบอตตัวนี้ ทำงานได้หลากหลาย ทั้งการเชื่อมโลหะ การจับวางสิ่งของ การพ่นสี สามารถแทนคนได้ 3-5 คนต่อหุ่นยนต์ 1 ตัว
นายอรัญ อนุพรรณสว่าง กรรมการผู้จัดการบริษัทในเครือรวมสินไทย ยังเปิดเผยต่ออีกว่า เป้าหมายสำคัญนั้นคือการสร้างหุ่นยนต์แขนกลเพื่อทดแทนแรงงานที่มีแนวโน้มที่จะขาดแคลนมากขึ้นในอนาคต ประกอบกับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของเมืองไทย ซึ่งจากตัวเลขความต้องการแรงงานต่างด้าวที่จะเพิ่มเป็น 4 ล้านคนในปี 2564 อีกทั้งยังเน้นตลาดการศึกษาโดยร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้หุ่นยนต์แขนกล พร้อมห้องปฎิบัติการ(ห้องแล็บ) จะมีมหาวิทยาลัยทำMOUส่งนักศึกษา มาฝึกอบรมและเรียนรู้ โดยหวังสร้างแรงงานขั้นสูงกลุ่มแรกเพื่อออกไปทำงานในสถานธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดกลางและขนาดเล็ก ในปี พ.ศ. 2560 นี้จะผลิตหุ่นยนต์ทำตลาดในอุตสาหกรรมขนาดกลางที่เด็กกลุ่มแรกไปทำงานและสามารถซ่อมแซมหุ่นยนต์ในอนาคต โดยเริ่มจากการสร้างโรงงานต้นแบบเพื่อเน้นโรงเรียน มหาวิทยาลัยนำนักศึกษาอบรมคนให้เข้มแข็งก่อนทำการตลาด เพราะโรบอตเป็นนวัตกรรมของคนไทยต้องสร้างความมั่นใจหรือ Brand Loyalty ที่สำคัญ เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์แขนกล จึงมีความจำเป็นต้องเทรนและสร้างคนขึ้นมาเพื่อรองรับในอนาคตอีกด้วย
ข่าว/ภาพ จิรวัฒน์ บุญจอง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดอุบลราชธานี
