- 02 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
หลังจากมีผู้ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ค กล่าว่า มีช่างเข้าไปทำการซ่อมแซมบ้านหลุยส์ พร้อมด้วยคนงานและได้ทำการถ่ายรูปบ้านหลุยส์ แต่พอมาดูภาพที่ถ่ายไว้จากมือถือ แทบตะลึง เมื่อเห็นเป็นเงาลางๆยืนตรงบานหน้าต่างมองลงมา ตนเองและลูกน้องต้องรีบจุดธูปบอกกล่าวแก่เจ้าที่และเจ้าของบ้านหลุยส์ในอดีต ว่ามิได้เจตนาลบหลู่แต่มาทำการซ่อมแซมบ้านให้ ซึ่งในขณะนี้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคเหนือบนได้เริ่มดำเนินการซ่อมแซมบางส่วนที่ชำรุดไปแล้ว โดยได้เริ่มทำการซ่อมแซมตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2560 เป็นต้นมาและสำหรับการปรับปรุงบ้านหลุยส์อีกครั้งใหญ่กำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการของบประมาณและการพิจารณาขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านหลุยส์ หลังดังกล่าวซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านพักของ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.)ถนนท่ามะโอ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ปัจจุบันบ้านหลุยส์หลังนี้อยู่ในความดูแลของ ออป.ลำปาง บ้านหลุยส์ เป็นชื่อเรียกขานที่เจ้าหน้าที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคเหนือบนใช้เรียก เรือนไม้โบราณกึ่งปูนทรงปั้นหยาสองชั้น มีกลิ่นอายโคโลเนียล ด้านหน้ามีมุขแปดเหลี่ยม (ยื่นออกมาหกด้าน) ตีเกล็ดไม้ระบายอากาศโปร่งพร้อมบานหน้าต่างมองเห็นได้โดยรอบ ตัวเรือนด้านล่างก่อด้วยปูน ซุ้มประตูโค้งแบบฝรั่งพร้อมช่องระบายอากาศไม้แกะสลักที่ละเอียดสวยงาม บ้านหลุยส์หลังนี้น่าจะมีอายุร่วมกว่า 100 ปี ตอนที่กรมป่าไม้รับมอบโอนกิจการทำไม้ของบริษัทบอร์เนียว จำกัด และบริษัทหลุยส์ ที เลียว โนเวนส์ บริเวณชุมชนท่ามะโอ ริมแม่น้ำวังมาเป็นสมบัติของรัฐนั้น เรือนหลังนี้ก็มีอยู่เดิมแล้ว ประวัติการทำไม้ของหลุยส์ ที เลียวโนเวนส์ ผู้เป็นเจ้าของบ้าน ได้เดินทางมาไม้อยู่ลำปางราวๆ ปี 2445
ความเป็นมาของบ้านหลุยส์นั้นเดิมที หลุยส์โทมัส เลียว โนเวนส์เดินทางมาถึงกรุงเทพเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2405 เมื่ออายุได้เพียง 7 ปี โดยได้รับการศึกษาเบื้องต้นจากมารดาพร้อมกับพระราชโอรสและพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในพระบรมมหาราชวัง จนกระทั่งได้เดินทางกลับไปศึกษาต่อในยุโรปจนจบการศึกษาและต่อมาในปีพ.ศ. 2424 หลุยส์ซึ่งขณะนั้นมีอายุ 27 ปีได้เดินทางกลับมายังแผ่นดินสยามอีกครั้งและได้รับราชการเป็นหัวหน้ากองทหารม้า ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังลาออกจากราชการในปี 2427 หลุยส์ได้เข้าทำงานในบริษัท บอร์เนียว โดยทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลการบุกเบิกกิจการป่าไม้สักในภาคเหนือของสยาม หลังจากลาออกจากบริษัท บอร์เนียว ในปีพ.ศ. 2429 หลุยส์ได้บรรจุข้อตกลงร่วมกับบริษัท บอมเบย์เบอร์มาเทรดดิ้ง ในการจัดการสัมปทานไม้สักก่อนที่จะร่วมกับหุ้นส่วนชาวเมริกัน จัดตั้งบริษัทของตนเองขึ้นใน ปีพ.ศ. 2432หลุยส์ได้นำผลประโยชน์จากการดำเนินธุรกิจในส่วนของตนเองทั้งหมดมาเปิดบริษัท หลุยส์ โทมัส เลียวโนเวนส์ ขึ้นเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2448 ต่อมาในปีพ.ศ. 2454 บริษัทจึงได้เข้าร่วมกับบริษัท Derry,Mott@Dickson จากประเทศอังกฤษจัดตั้งโรงเลื่อย ท่าเรือ รถยก และโกดังสินค้าริมน้ำที่กรุงเทพ ภายใต้ชื่อบริษัท หลุยส์ ที เลียวโนเวนส์จำกัด แม้ว่าหลุยส์จะมีบทบาทภายในบริษัทของตนเองน้อยลงไปตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2449 เป็นต้นมา แต่หลุยส์ก็ยังคงมีบทบาทเป็นอย่างสูงในสังคมกรุงเทพจนกระทั่งปี พ.ศ. 2456 เมื่อเขาเดินทางออกจากสยามและถึงแก่กรรมที่ประเทศอังกฤษในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในปีพ.ศ. 2462 นอกจากธุรกิจหลักของบริษัทในช่วงนั้นซึ่งได้แกกิจการไม้สักแล้วขณะเดียวกันบริษัทก็ยังทำธุรกิจอื่นควบคู่ไปด้วยอาทิเป็นตัวแทนจำหน่ายปูนซิเมนต์แชมเปญ วิสกี้ เครื่องพิมพ์ดีด และผลิตภัณฑ์วิศวกรรม รวมถึงตัวแทนของบริษัทประกันภัยอีกหลายแห่งและก่อนที่สัมปทานไม้สักของบริษัทจะสิ้นสุดลงเมื่อปีพ.ศ. 2499 บริษัทก็ได้เริ่มปรับทิศทางการดำเนินธุรกิจโดยเน้นไปที่การขยายฐานการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าทั่วไปซึ่งได้กลายเป็นธุรกิจหลักของบริษัทตลอดจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ปีพ.ศ. 2529 บริษัทหลุยส์ ที เลียวโนเวนส์(ประเทศไทย) จำกัดได้ร่วมกิจการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท Getz และได้ปรับเปลี่ยนแนวทางดำเนินธุรกิจมาเป็นดังเช่นในปัจจุบัน อันส่งผลให้บริษัทยังคงไว้ซึ่งสมรรถภาพและประสิทธิภาพในการแข่งขันท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของโลกสมัยใหม่ไว้ได้และเป็นบริษัทฝรั่งไม่กี่บริษัทในสมัยรัชกาลที่5ที่มีอายุยืนยาวมาถึงปัจจุบัน.
ข่าว / อัมรินทร์ วะนะวิเชียร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดลำปาง
(ขอขอบคุณภาพข่าว.ภาวินันท์ บุตรหล้า)
