- 03 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 3 ตุลาคม 2560 ได้มีกลุ่มประชาชนชาวสมุทรปราการกว่า 200 คนได้เดินทางมารวมตัวกัน มายืนถือป้ายร้องขอความเป็นธรรมที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม กรณีที่เทศบาลนครสมุทรปราการ ได้ลงนามเอ็มโอยูกับคณะผู้บริหารมูลนิธิปากน้ำสุสาน ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนท้ายบ้าน ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ มอบที่ดินให้ทางเทศบาลนครสมุทรปราการ สร้างโรงเรียนนานาชาติและสร้างโรงพยาบาลรวมถึงสวนสาธารณะ ส่งผลกระทบแก่หลุมฝั่งศพของบรรพบุรุษของชาวจังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดต่าง ๆ ที่ได้เสียเงินซื้อที่เพื่อทำเป็นหลุมฝั่งบรรพบุรุษตามประเพณีและเป็นสถานที่รวมญาติพี่น้องเข้ามากราบไหว้บรรพบุรุษด้วยกันตามที่เคยปฏิบัติมาช้านาน แต่หลังจากทราบข่าวว่าเทศบาลจะเข้ามาปรับปรุงสถานที่ภายในสุสานซึ่งเป็นสถานที่ฝั่งบรรพบุรุษ จึงได้ร่วมตัวกันร่างหนังสือคันค้านและร้องขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำการถอดถอนคณะผู้บริหารทั้งหมดออกจากตำแหน่งเนื่องจากไม่ไว้วางใจในการดำเนินงานของคณะผู้บริหารมูลนิธิดังกล่าว พร้อมทั้งรวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือเรียกร้องความเป็นธรรมต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ โดยมีนายกมล เชียงวงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ลงมารับหนังสือร้องเรียนแทนเนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดติดภารกิจ
นายกมล เชียงวงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้กล่าวว่า หลังจากรับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มชาวบ้านแล้วในชั้นแรกเราก็ต้องไปดูรายละเอียดและข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทั้งในส่วนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เราต้องมาพูดคุยกันให้ครบถ้วน หลังจากนั้นเราก็ต้องดูในข้อกฎหมายว่า มีกฎหมายข้อใดลองรับหรือไม่ และจึงมาแก้ไขปัญหาดังกล่าว ก็ต้องคงใช้เวลาสักระยะหนึ่ง
นายเปรมสันต์ ศิลปะพิพัฒน์ ตัวแทนกลุ่มชาวบ้าน ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานเครือข่ายลูกหลานบรรพชนที่ฝังอยู่ในปากน้ำสุสาน ได้กล่าวว่า หลังจากที่ได้ทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์จับกระแสปากน้ำของเทศบาลนครสมุทรปราการ ลงข่าวว่า เทศบาลนครสมุทรปราการจะนำพื้นที่ภายในสุสานปากน้ำทั้งหมด 98 ไร่ ไปสร้างเป็นโรงเรียนนานาชาติ ไปสร้างเป็นโรงพยาบาล และสวนสาธารณะ ทำให้กลุ่มชาวบ้านที่นำบรรพบุรุษไปฝั่งไว้ในสุสานดังกล่าว รวมทั้งคนต่างจังหวัด รวมแล้วมีอยู่ประมาณ 4 พันหลุม และ รู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากในเรื่องดังกล่าวญาติพี่น้องที่ฝังบรรพบุรุษไว้ในสุสานดังกล่าวและชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงไม่เคยทราบเรื่องมาก่อน และรู้สึกตกใจมากกับเรื่องดังกล่าว จึงได้มีการประชุมร่วมกัน และมีมติให้ทำหนังสือร้องของความเป็นธรรมยืนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และทุกคนยังลงความเห็น ตรงกันว่าคณะกรรมการมูลนิธิปากน้ำสุสานทำไม่ถูกต้อง การที่จะทำการเซ็นเอ็มโอยูยกที่ดินให้เทศบาลนครสมุทรปราการ เข้ามาดำเนินการสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งไม่มีความจำเป็นต่อชาวบ้านในพื้นที่สุสานซึ่งเป็นสถานที่ฝั่งศพบรรพบุรุษเอาไว้มาช้านาน สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักหากต้องมีการเคลื่อนย้ายศพบรรพบุรุษออกจาพื้นที่สุสานแล้วชาวบ้านจะเอาศพบรรพบุรุษไปไว้ที่ไหน ชาวบ้านจึงได้ร่วมกันลงความเห็นว่าให้คณะผู้บริหารและคณะกรรมการของมูลนิธิดังกล่าวลาออกจากตำแหน่งทั้งหมด เนื่องจากไม่ไหวว่างใจในการบริหารงาน โดยเฉพาะคุณทองสุข สุทธิชัย ซึ่งมอบที่ดินทั้งหมดจำนวน 89 ไร่ให้โดยมีวัตถุประสงเพื่อทำเป็นสุสานเท่านั้น นอกจากนี้ลูกหลานคุณสุทธิ์ชัย คุณสวงสุดา สิทธิชัย ซึ่งเป้นลูกหลานของผู้บริจาคที่ดินผืนดังกล่าวก็ได้ลงชื่อในหนังสือยีนคัดค้านเช่นกัน ในวันนี้ชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันมายื่นหนังสือคัดค้านต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้มีคำสั่ง ยกเลิกข้อตกลงที่ทางคณะกรรมการมูลนิธิทำกับเทศบาลนครสมุทรปราการ ทั้งหมดและขอให้คณะกรรมการมูลนิธิสุสานชุดปัจจุบันลาออกทั้งหมด
ด้านผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนางพรเพ็ญ กลิ่นกำธรกุล รองปลัดเทศบาลรักษาราชการแทนปลัดเทศบาลนครสมุทรปราการ และปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ ได้ชี้แจงว่า ขณะนี้ประชาชนเกิดความไม่เข้าใจในเรื่องของการทำ MOU ระหว่างเทศบาลนครสมุทรปราการ กับกรรมการมูลนิธิปากน้ำสุสาน โดยขอชี้แจงว่าการทำ MOU นั้น เป็นการทำบันทึกขอตกลงเบื้องต้น ที่จะร่วมกันพัฒนาพื้นที่ว่างเปล่าในบริเวณสุสาน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกันในการบริการสาธารณะ (ฉบับลงวันที่ 26 มิถุนายน 2560) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริม ผลักดัน และประสานความร่วมมือ ในการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล บันทึกตกลงฉบับดังกล่าวเป็นเพียงกรอบแนวทางดำเนินงานอย่างกว้างๆ เท่านั้น แต่การที่เทศบาลนครสมุทรปราการ จะดำเนินงานโครงการใด ๆ ในพื้นที่ซึ่งเป็นทรัพย์สินของมูลนิธิสุสานปากน้ำ ทางเทศบาล ฯ จะต้องจัดส่งแผนการดำเนินงานและโครงการ ให้มูลนิธิปากน้ำสุสานทราบล่วงหน้า และเห็นชอบให้ดำเนินการก่อนจึงจะดำเนินการได้ เพื่อพัฒนาพื้นที่ว่างเปล่าภายในสุสาน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนทั่วไป ได้แก่ การปรับภูมิทัศน์ จัดทำสวนหย่อมเพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไป โดยพื้นที่ที่จะดำเนินการจะต้องเป็นพื้นที่ซึ่งมูลนิธิปากน้ำสุสาน กำหนด และมีหนังสือยินยอมให้เทศบาลนครสมุทรปราการ เข้าไปดำเนินการเพื่อปรับปรุง จะไม่ไปเกี่ยวข้องกับพื้นที่บริเวณที่เป็นหลุมฝังศพของบรรพชน ตามที่กลุ่มชาวบ้านเกิดความกังวลแต่อย่างใด
ภาพ/ข่าว สุรศักดิ์ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สมุทรปราการ
