- 04 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 4 ต.ค. 2560 ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายน 2560 ที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วย อาจารย์ ดร.พงศธร เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้กำกับดูแลฝ่ายภายในศูนย์กิจการนานาชาติ ได้เดินทางไปยังเมืองซีอาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมประชุม“The Belt and Road : University Presidents’ Forum of Innovation and Entrepreneurship Education” พร้อมบรรยายแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์การบริหารมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ภายใต้หัวข้อ “Walailak University : Innovation and Entrepreneurship Education” มีอธิการบดี รวมถึงผู้บริหารมหาวิทยาลัยต่างๆจากทั่วโลกกว่า 170 แห่งจำนวนกว่า 5,000 คน เข้าร่วมประชุม ซึ่งตนได้แสดงวิสัยทัศน์ในด้านการผลิตบัณฑิต เพื่อให้มีความพร้อมเป็นพลเมืองของโลกที่มีคุณภาพระดับสากล ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะของสายวิชาชีพ สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ มีความคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรม และพร้อมพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ประกอบการ โดยเน้นการบูรณาการระหว่างการวิจัยเชิงนวัตกรรมเพื่อตอบสนองนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาลไทย ผ่านระบบสหกิจศึกษาซึ่งม. วลัยลักษณ์เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกๆ ของประเทศไทยที่ดำเนินการ
นอกจากนี้ผลสำรวจการมีงานทำเมื่อปีที่ผ่านมาพบว่าร้อยละ 98.3 ของบัณฑิตที่จบไปได้งานทำ มีการพัฒนาหลักสูตรสหวิทยาการใหม่ เช่น Digital Innovation Engineering และ Logistics Analytics and Supply Chain Management เป็นต้นและการปฏิรูปการศึกษานานาชาติซึ่งบางส่วนได้ดำเนินการไปแล้ว เช่น การจัดตั้งสถาบันภาษา ม. วลัยลักษณ์ หรือ WULI เพื่อปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ การจัดตั้งวิทยาลัยนานาชาติเพิ่ม 3 แห่ง ซึ่งจะเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในปีการศึกษา 2561 รวมถึงจะมีการเปิดหลักสูตรสองภาษาเพิ่มมากขึ้นในทุก13 สำนักวิชาในอนาคตอันใกล้อีกด้วย
โอกาสเดียวกันนี้ยังได้หารือแบบทวิภาคีกับมหาวิทยาลัยจากหลายภูมิภาค อาทิ กลุ่มมหาวิทยาลัยจากอาเซียน เอเชียกลาง ตะวันออกกลางและ ยุโรปตะวันออก เพื่อหารือทำความร่วมมือร่วมกันทั้งเรื่องของการแลกเปลี่ยนคณาอาจารย์และนักศึกษา และการทำโครงการวิจัยร่วมกันในอนาคต รวมถึงการเดินทางไปยัง Shaanxi Normal University เพื่อหารือกับ Prof. Cheng GuangxuอธิการบดีของShaanxi Normal University ในทำบันทึกข้อตกลงแลกเปลี่ยนนักศึกษาร่วมกัน ในรูปแบบ 3+1 หรือการเรียนที่ม.วลัยลักษณ์ 3 ปี และเรียนที่ Shaanxi Normal University 1 ปี ในหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเคมี และหลักสูตรจีนศึกษา ไม่ใช่เพียงเฉพาะเรื่องภาษาเท่านั้นแต่จะรวมถึงการศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีน รวมถึงการลงทุนไทย-จีนด้วย
(ขอบคุณภาพ จากนายธีรพงศ์ หนูปลอด ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มวล.)
ข่าว นรศักดิ์ สานุจิตต์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
