- 04 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีปัญหาการรื้อถอนโรงแรมบูติค ภายในซอยวีซีพัทยาใต้ จ.ชลบุรี ซึ่งมีการก่อสร้างต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก 7 เป็น 13 ชั้น กระทั่งเมืองพัทยามีคำสั่งให้รื้อถอน พร้อมว่าจ้างผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม แต่พบว่าช่วงระยะเวลาที่ผ่านมามีปัญหาจากการรื้อถอน เนื่องจากมีเศษวัสดุจากการรื้อถอน รวมทั้งอิฐและเศษปูนหล่นลงมาบนถนนสาธารณะ และที่พักอาศัยใกล้เคียงจนได้รับความเสียหายมาแล้ว กระทั่งล่าสุดเกิดผนังอาคารอาคารถล่มลงมาใส่ที่พักคนงานในพื้นที่ข้างเคียงอีกครั้ง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นเศษวัสดุที่ถูกรื้อถอนและถูกกองทิ้งรวมไว้บริเวณชั้น 7 ของอาคาร แต่ถูกน้ำฝนชะล้างจนร่วงลงมายังพื้นถนน ก่อนทำให้หลังคาบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันนี้ (4 ต.ค.) พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา พร้อม นายอภิชาต วีระปาล รองนายกเมืองพัทยา เปิดห้องรับรองศาลาว่าการเมืองพัทยา เพื่อแถลงข่าวความคืบหน้าต่อกรณีที่เกิดขึ้นแก่สื่อมวลชน โดยระบุว่าหลังทราบเรื่องได้เรียกเจ้าหน้าที่สำนักช่าง และผู้รับเหมา เพื่อพูดคุยในการวางแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนแล้ว โดยทางผู้รับเหมาแจ้งว่าขอโอกาสในการดำเนินการให้แล้วเสร็จ โดยคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3 เดือนหลังจากนี้
ขณะที่ นายอภิชาติ วีระปาล รองนายกเมือพัทยา กล่าวเพิ่มเติมว่าหลังจากเกิดเหตุเมืองพัทยาได้สั่งการเร่งด่วนเพื่อหาทางออกไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นอีก โดยทางผู้รับเหมาต้องทำการจัดทำแผนการปฏิบัติที่เน้นความปลอดภัย ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าการรื้อถอนอาคารจาก 13 ชั้นจนมาเหลือ 7 ชั้นนั้น ผู้รับเหมาได้นำเศษวัสดุก่อสร้างมาตั้งกองรวมกันไว้บริเวณชั้น 7 การดำเนินการจึงต้องอยู่ในการควบคุมของวิศกรมที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ และเน้นด้านความปลอดภัย โดยจะสั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปดูแลอย่างใกล้ชิดจนกว่างานจะเป็นไปตามแผนที่กำหนด
อย่างไรก็ตามสำหรับผู้รับเหมาเองมีความประสงค์ที่จะขอดำเนินการต่อให้แล้วเสร็จ แต่ว่าขณะนี้จะต้องโดนเปรียบเทียบปรับจากการดำเนินการที่ล่าช้า ซึ่งได้ทำการปรับไปแล้วกว่า 1 ล้านบาท ในส่วนของพื้นที่รื้อถอนดังกล่าวนั้นจะทำการรื้อถอนทั้งตัวอาคารเหลือเพียงพื้นที่ว่างเปล่าเท่านั้น โดยการนำเอาเศษวัสดุอุปกรณ์ลงมาจากชั้น 7 ต้องมีความปลอดภัยเป็นหลักโดยขณะปฏิบัติงานจะกำชับไม่ให้มีคนงานไปอยู่ในตัวอาคารโดยเด็ดขาด เพราะประเด็นของความไม่ปลอดภัยอยู่ที่กองวัสดุชั้น 7 ที่อาจพังถล่มลงมาได้ เมื่อดำเนินการในส่วนนี้แล้วจะได้ทำการรื้อถอนโครงสร้างอาคารตามลำดับการทำงานต่อไปด้วย
ส่วนด้าน นางประเทือง หันสามารถ อายุ 57 ปี ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรื้อโรงแรมดังกล่าวเปิดเผย ตนเองอยากให้ทางเมืองพัทยาหรือทางเจ้าของโรงแรมเร่งแก้ไขให้เรียบร้อย หลังอยู่แบบหวาดกลัวเกี่ยวกับเศษหินปูนจากการรื้ออาคารถึงจะไม่ได้นอนหรือพักอาศัยที่ได้รับผลกระทบก็จริง แต่ต้องมาทำงานทุกวัน นอกจากนั้นที่เกิดขึ้นกับตนมา 3 ครั้ง ครั้งแรกครั้งที่ 2 แค่เศษสังกะสีปลิวลงมาก็ตาม แต่ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ต.ค.เศษหินปูนที่ผู้รับเหมาเก่าทิ้งงานได้ทิ้ง แล้วผู้รับเหมาใหม่เข้ามาจึงทำมห้เกิดร่วงลงมาทับอุปกรณืก่อสร้างต่างๆที่ตนเก็บไว้ในห้องเกิดการเสียหาย ซึ่งทางผู้รับเหมาเจ้าใหม่ก็มารับผิดชอบทุกอย่าง ซึ่งตนเข้าใจและอย่างให้การรื้อเสร็จโดยเร็ว ซึ่งก็ยังอยู่ในความหวาดกลัวระหว่างการรื้อถอนอยู่
ภาพ/ข่าว อัมพร แสงแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ พัทยา ชลบุรี
