- 05 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ถือเป็นการปรับตัวที่น่าสนใจ สำหรับผู้ให้บริการธุรกิจเดินรถรายใหญ่อย่าง “เครือเชิดชัย” โดยการนำของ เจ๊เกียว นางสุจินดา เชิดชัย ผู้สร้างธุรกิจเดินรถนี้จากอู่ซ่อมรถเล็กๆ พัฒนามาจนกลายเป็นอู่ต่อรถทัวร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ มีรถทัวร์ให้บริการผู้โดยสารมากกว่า 1,000 คัน ตลอดระยะเวลาดำเนินงานเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา และท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในปัจจุบัน ทำให้ผู้โดยสารสามารถเลือกใช้บริการการเดินทางที่มีหลากหลายได้มากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องบินโลว์คอร์ส ซึ่งมีราคาค่าโดยสารที่ไม่สูงมาก ทำให้ผู้โดยสารหันไปใช้บริการกันมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าถ้าไม่รู้จักปรับตัว ธุรกิจการเดินรถที่เคยทำแบบเดิมย่อมต้องได้รับผลกระทบตามไปด้วย และด้วยเหตุผลนี้ ทำให้ทายาทรุ่นที่ 2 ของเครือเชิดชัย มองถึงช่องทางการทำธุรกิจแบบใหม่ นั่นคือจุดเริ่มต้นของ "บริษัท เชิดชัย คอเปอเรชั่น จำกัด" ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาในปี พ.ศ.2558 ที่แม้จะอยู่ในธุรกิจขนส่ง และขนถ่ายสินค้า และผู้โดยสาร แต่กลุ่มเป้าหมายไม่ใช่ผู้โดยสารทั่วไปเหมือนดังแต่ก่อน หากแต่เป็นการรับส่งผู้โดยสารให้กับสนามบิน และสายการบินต่างๆ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา สายการบินแห่งชาติลาว ที่มีรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ถือหุ้นใหญ่ ได้ทำการรับมอบรถที่จะใช้ขนส่งผู้โดยสารภายในสนามบินจำนวน 2 คัน จากบริษัท เชิดชัย คอเปอเรชั่น จำกัด ซึ่งในปัจจุบันบริษัท เชิดชัย คอเปอเรชั่น จำกัด มีให้บริการถึง 8 สนามบินหลักในประเทศไทย และ 3 สนามบินในต่างประเทศ รวมเป็น 11 สนามบิน มีสายการบินที่ให้บริการทั้ง การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ รวมถึงกลุ่มสายการบินพันธมิตร มีรถโดยสารให้บริการรวมแล้วกว่า 80 คัน
นายยุทธนา ศรสงคราม ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และฝ่ายปฏิบัติการสนามบิน บริษัทบริษัท เชิดชัย คอเปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ที่มาที่ไปของธุรกิจดังกล่าวเริ่มต้นจาก นายสุรวุฒิ เชิดชัย ในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 ของตระกูลเชิดชัย ซึ่งอยู่กับธุรกิจอู่ประกอบรถ และการเดินรถ มองเห็นการพัฒนามากกว่าการเดินรถทั่วไปอย่างที่ให้บริการอยู่ และเห็นโอกาสจากการเติบโตของสายการบินโลว์คอร์สที่เกิดขึ้นมากมาย มีเที่ยวบินเยอะ ขณะที่การก่อสร้างอาคารสนามบินรองรับผู้โดยสารแบบที่มีงวงช้าง เข้ารับส่งเข้าสู่ตัวอาคารโดยตรงนั้นเติบโตไม่ทัน จึงจำเป็นต้องมีรถให้บริการรับส่งผู้โดยสาร ในที่สุดจึงเกิดเป็นช่องทางการทำธุรกิจใหม่ ที่นอกจากจะขายรถให้กับสนามบิน รวมถึงสายการบินต่างๆ แบบขายขาดแล้ว ยังมีรูปแบบของการให้บริการที่ดูแลลูกค้าตลอดช่วงการใช้งาน โดยเฉพาะในส่วนของช่างซ่อมบำรุงต่างๆ ที่มีประจำอยู่ในแต่ละสนามบินที่รถของบริษัทให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับในปัจจุบันธุรกิจนี้มีคู่แข่งค่อนข้างน้อย เนื่องด้วยเทคโนโลยี และความปลอดภัยที่มีความจำกัด ที่จะต้องถูกควบคุมภายในสนามบินตามหลักสากล ดังนั้นจึงยังไม่ค่อยมีใครกล้าเข้ามาทำ โดยในส่วนข้อได้เปรียบของเครือเชิดชัย คือ การที่เราเป็นอู่ประกอบรถยนต์ เทคโนโลยีชิ้นส่วนต่างๆ แทบทุกอย่างสามารถผลิตขึ้นได้เอง มีเพียงแค่เครื่องยนต์ และเกียร์เท่านั้นที่ต้องนำเข้า จึงสามารถที่จะลดต้นทุนการผลิตได้ พร้อมทั้งเรื่องนโยบายภาครัฐที่มีการส่งเสริมสนับสนุน และอำนวยความสะดวกหลังเปิดประชาคมอาเซียน ทำให้ผู้ประกอบการที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มของ AEC ถอยไปจากภูมิภาค ขณะที่เราซึ่งเป็นผู้ผลิตในกลุ่มประเทศนี้ได้รับการยกเว้น และสิ่งสำคัญคือเรื่องของการให้บริการ การซ่อมบำรุง เรามีช่างประจำทุกสนามบินที่มีรถให้บริการ 24 ชั่วโมง เพราะธุรกิจนี้ต้องมีการจัดการตลอด ห้ามหยุด ไม่เหมือนการเดินรถที่ยังสามารถมีช่วงหยุดพักได้
ภาพ/ข่าว สุภาวดี รัตนโสภา ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครราชสีมา
